โครงการยกระดับอุตสาหกรรมดนตรีของไทยสู่ระดับสากล (Music Lab)

อุตสาหกรรมดนตรีเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ได้ดำเนินการตามแผนพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ สาขาดนตรี ที่มุ่งเน้นการยกระดับทักษะและศักยภาพบุคลากรวิชาชีพด้านดนตรีของไทยสู่ระดับสากล พร้อมส่งเสริมทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ พัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนส่งเสริมบทบาทความเป็นผู้นำของประเทศไทยในเวทีโลก

ปัจจุบันตลาดดนตรีในประเทศมีขีดจำกัดและแข่งขันสูง (Red Ocean) การส่งออกดนตรี (Music Export) สู่ตลาดสากลเพื่อขยายฐานผู้ฟังใหม่ (Blue/Purple Ocean) จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญ อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินโครงการ Music Exchange ตั้งแต่ปี 2567 (Music Exchange 2024 - 2025) โดย CEA ชี้ให้เห็นว่าค่ายเพลงและศิลปินไทยยังมีความพร้อมและทักษะในการร่วมมือระดับสากลที่ไม่เท่ากัน จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่บุคลากรทุกระดับจะต้องพัฒนาทักษะอย่างจริงจัง ด้วยเหตุนี้ CEA จึงริเริ่มโครงการ Music Lab ขึ้นในปี 2569 เพื่อเป็นกลไกหลักในการบ่มเพาะและยกระดับศักยภาพบุคลากรดนตรีระดับต้นและระดับกลาง ทั้งคนทำงานเบื้องหน้าและเบื้องหลัง โดยใช้กระบวนการ Upskill และ Reskill อย่างเป็นระบบ ซึ่งมุ่งเน้นการผสานองค์ความรู้ด้านการสร้างสรรค์เข้ากับทักษะการดำเนินธุรกิจอย่างมืออาชีพ เพื่อให้เป็นกลไกสำคัญ (Thai Music Engine) ในการยกระดับความพร้อมของอุตสาหกรรม และสร้างกระแส Thai Music Wave สู่สากลอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง

เป้าหมายของโครงการคือการเตรียมความพร้อมให้บุคลากรสามารถพัฒนาทักษะ ต่อยอดผลงาน และก้าวไปแข่งขันในตลาดเป้าหมายที่มีศักยภาพสูง ได้แก่ จีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย เวียดนาม และสิงคโปร์ ได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจและเครือข่ายที่แข็งแกร่ง อันจะนำไปสู่การยกระดับอุตสาหกรรมดนตรีของไทยให้ได้รับการยอมรับในเวทีโลกอย่างยั่งยืน

โปรแกรมหลักของโครงการ

โครงการ Music Lab จัดทำขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2569 โดยนำเสนอ 2 โปรแกรมหลัก ที่มุ่งยกระดับศักยภาพบุคลากรดนตรีระดับต้นและระดับกลาง ให้พร้อมแข่งขันในระดับสากล ประกอบด้วย 

1. Music Lab: Business Accelerator 

โปรแกรมการขยายธุรกิจดนตรีสู่ตลาดต่างประเทศ สำหรับค่ายเพลงและศิลปินอิสระ ซึ่งเป็นโปรแกรมบ่มเพาะเชิงลึกที่มุ่งพัฒนาทักษะและศักยภาพของบุคลากรวิชาชีพด้านดนตรี ให้สามารถต่อยอดผลงานและขยายสู่ตลาดต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการดนตรี (Music Entrepreneur) ในระดับสากล

โปรแกรมนี้ CEA ร่วมกับคณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร พัฒนาหลักสูตรเข้มข้นรวม 30 ชั่วโมง เพื่อสนับสนุนศิลปินไทยในการขยายตลาดต่างประเทศอย่างเป็นระบบและมีกลยุทธ์ ครอบคลุมทั้งด้านลิขสิทธิ์ การผลิตผลงาน รวมถึงกลยุทธ์การตลาดและการสื่อสาร โดยมีวิทยากรในอุตสาหกรรมดนตรีทั้งในและต่างประเทศมาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์และแนวทางการทำงานจริง 

ภายหลังการอบรม จะมีการคัดเลือก 10 โปรเจ็กต์ที่มีศักยภาพในการขยายตลาดต่างประเทศ เพื่อรับทุนสนับสนุนสูงสุด 150,000 บาทต่อโปรเจ็กต์ สำหรับการพัฒนาและต่อยอดผลงานสู่ตลาดสากลต่อไป 

กลุ่มเป้าหมาย

บุคลากรในอุตสาหกรรมดนตรี จำนวน 12 - 15 ทีม (ทีมละ 1 - 3 คน) โดยมีบทบาท ดังนี้
1. ศิลปิน: นักร้อง นักดนตรี หรือนักแต่งเพลงอิสระ 
2. Artists and Repertoire (A&R): ผู้คัดสรรและพัฒนาศิลปิน 
3. Marketing & Branding: ผู้ดูแลภาพลักษณ์ศิลปินและผู้พัฒนากลยุทธ์การตลาดดนตรี 
4. Managers/Agencies: ผู้จัดการศิลปิน ทัวร์เมเนเจอร์ หรือเอเจนซีดนตรี

รูปแบบการเรียนการสอน 

หลักสูตรบ่มเพาะเชิงลึก (Intensive Incubation Course) ที่เน้นการเชื่อมโยงทฤษฎีและการปฏิบัติเข้าด้วยกัน แบ่งสัดส่วนออกเป็น Lecture (60%), Mentoring (20%), Sharing (10%) และ Networking (10%) 

  • ระยะเวลา: อบรมและเวิร์กช็อป จำนวน 6 ครั้ง ทั้งหมด 30 ชั่วโมง
  • ผู้สอน: วิทยากรผู้เชี่ยวชาญทั้งชาวไทยและต่างชาติ

การสนับสนุนจากโปรแกรม 

  • Development Grant: 10 โปรเจ็กต์ที่ผ่านการคัดเลือกในรอบ Final Pitch จะได้รับเงินสนับสนุนทีมละ 150,000 บาท เพื่อนำไปพัฒนา Pitch Deck หรือ Pilot Video ให้เป็นเครื่องมือการตลาดที่พร้อมต่อยอดสู่ระดับสากล
  • Strategic Business Matching: กิจกรรมจับคู่ธุรกิจกับ Potential Buyers อย่างน้อย 5 รายต่อทีม โดยคัดสรรจากเครือข่ายของ CEA และรายชื่อของ Mentor เพื่อสร้างโอกาสการเข้าถึงตลาดสากล

กำหนดการ

วันที่ รายละเอียด
17 - 30 เมษายน 2569 ช่วงเปิดรับสมัคร (Open Call)
8 พฤษภาคม 2569 ประกาศผลทีมที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโปรแกรม
17 พฤษภาคม -
25 กรกฎาคม 2569
ระยะเวลาการอบรมและกิจกรรมเวิร์กช็อป (30 ชั่วโมง)
25 กรกฎาคม 2569 การนำเสนอผลงานรอบสุดท้าย (Final Pitch)
29 กรกฎาคม 2569 ประกาศผล 10 โปรเจ็กต์ หรือทีมที่ได้รับทุนสนับสนุนจาก CEA
ทีมละ 150,000 บาท 


สมัครเข้าร่วมโปรแกรมได้วันนี้ - 30 เมษายน 2569 ที่ https://dg.th/fh34bvczqn

รายละเอียดการรับสมัคร Music Lab Business Accelerator


2. Music Lab Master Class: IP Management

โปรแกรมอบรมระยะสั้นที่มุ่งพัฒนาทักษะด้านการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาทางดนตรี สำหรับนักแต่งเพลง โปรดิวเซอร์ ศิลปิน และผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง โดยมีเนื้อหาครอบคลุมประเด็นสำคัญ ดังนี้

  • กระบวนการจัดเก็บลิขสิทธิ์ เช่น กระบวนการจัดเก็บลิขสิทธิ์ดนตรีแต่ละประเภท กระบวนการการจัดสรรค่าลิขสิทธิ์ การทำงานร่วมกันขององค์กรจัดเก็บลิขสิทธิ์ทั้งในและต่างประเทศ ฯลฯ 
  • การบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาทางดนตรี เช่น ขั้นตอนการแจ้งจดลิขสิทธิ์ทั้งงานดนตรีกรรมและสิ่งบันทึกเสียง กลยุทธ์การทำสัญญากำหนดเงื่อนไขอนุญาตใช้สิทธิ์ การบริหารสิทธิ์ผู้สร้างสรรค์ร่วม การบริหารจัดการกรณีแสดงคอนเสิร์ตในต่างประเทศ ฯลฯ
  • การเตรียมความพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี หรือกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาทางดนตรี เช่น การบริหารความเสี่ยงด้าน AI ของการสร้างสรรค์งานดนตรีกรรม (AI Risk Management) เป็นต้น

โปรแกรมนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจระบบลิขสิทธิ์ สามารถบริหารจัดการผลงานได้อย่างเป็นระบบ และต่อยอดสู่การสร้างรายได้และโอกาสทางธุรกิจในระยะยาว ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งให้แก่บุคลากรในอุตสาหกรรมดนตรีของไทย พร้อมยกระดับผลงานสู่มาตรฐานสากล และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก

กลุ่มเป้าหมาย

บุคลากรในอุตสาหกรรมดนตรี ในกลุ่มศิลปิน นักร้อง นักดนตรี นักแต่งเพลง โปรดิวเซอร์ และผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง จำนวนไม่น้อยกว่า 50 ราย

รูปแบบการเรียนการสอน 

  • ระยะเวลา: อบรมระยะสั้น จำนวน 1 ครั้ง รวม 3 ชั่วโมง
  • ผู้สอน: วิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาทางดนตรี

กำหนดการ

จัดอบรม 1 ครั้ง ในเดือนพฤษภาคม 2569

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

ceamusiclab.business@gmail.com, musicexchange@cea.or.th

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

Facebook: Creative Economy Agency