ถอดบทเรียน “สต็อกโฮล์ม” การออกแบบเมืองที่เอื้อต่อการคิดข้ามศาสตร์ สู่เมืองนวัตกรรมระดับโลก

ในปัจจุบัน เมืองสต็อกโฮล์มของประเทศสวีเดน มีอัตราส่วนจำนวนสตาร์ทอัประดับยูนิคอร์นต่อประชากรสูงที่สุดแห่งหนึ่งในโลก เป็นรองเพียงแค่ซิลิคอนแวลลีย์เท่านั้น สถิตินี้บ่งบอกถึงความเข้มข้นของการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่น่าทึ่งสำหรับประเทศที่มีประชากรรวมกันเพียง 10 ล้านคน
คำอธิบายทั่วไปสำหรับความแข็งแกร่งด้านนวัตกรรมของกรุงสต็อกโฮล์ม มักพุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานทางด้านดิจิทัลและการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งนั่นคือความจริงเพียงส่วนหนึ่ง เพราะยังมีอีกปัจจัยที่มีบทบาทสำคัญเช่นกันในมิติของพื้นที่ นั่นคือ "ความหนาแน่นและกะทัดรัด (Compression)” ของผังเมือง

Photo Credit: https://unsplash.com/photos/people-sitting-on-bench-near-brown-concrete-building-during-daytime-inbePXjTh-A
พลังในการคิดข้ามศาสตร์
หนึ่งในทักษะที่จะมีความสำคัญมากยิ่งขึ้นในยุคปัญญาประดิษฐ์หรือ AI คือ ความสามารถในการคิดข้ามศาสตร์ (Cross-Disciplinary Thinking) หรือการผสานความเชี่ยวชาญเฉพาะทางเข้ากับความอยากรู้อยากเห็นในสาขาอื่น ๆ และนำมาประยุกต์ใช้กับประสบการณ์ในโลกแห่งความเป็นจริง และเหนือสิ่งอื่นใดคือ ความสามารถในการลงมือทำจนออกมาเป็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม
ในบริบทพื้นที่ของกรุงสต็อกโฮล์ม การข้ามสายงานหรือขยายขอบเขตความรู้ เป็นวิธีคิดที่ฝังรากลึกในการสร้างเส้นทางอาชีพขึ้นมาตั้งแต่ต้น ตัวอย่างมากมายเช่น ดาเนียล เอ็ก (Daniel Ek) ที่ย้ายจากวงการเทคโนโลยีโฆษณามาสร้างแพลตฟอร์มสตรีมมิงอย่าง Spotify ก่อนจะขยับไปสู่เทคโนโลยีสุขภาพและการป้องกันประเทศ หรือ เจสเปอร์ คูธอฟด์ (Jesper Kouthoofd) ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์แฟชั่น Acne Studios จากนั้นจึงผันตัวไปก่อตั้ง Teenage Engineering ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์ทำเพลงที่มีดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ระดับโลก

Photo Credit: https://unsplash.com/photos/tower-crane-near-building-under-cloudy-sky-at-daytime-qp90Quwgauc
ผังเมืองที่ทะลายกรอบอุตสาหกรรม
ลักษณะความหนาแน่นและซ้อนทับกันในพื้นที่เดียวของกลุ่มอุตสาหกรรมที่หลากหลายเหล่านี้ คิดสิ่งที่ทำให้สต็อกโฮล์มโดดเด่นในฐานะศูนย์กลางเทคโนโลยี ในเมืองใหญ่ทั่วไปมักจัดกลุ่มภาคส่วนอุตสาหกรรมให้กระจุกตัวแยกย่านกันอย่างชัดเจน เช่น ย่านการเงิน ย่านเทคโนโลยี และย่านสถาบันการศึกษา แต่สต็อกโฮล์มนั้นต่างออกไป
ด้วยตัวเมืองมีความกะทัดรัดเพียงพอที่จะทำให้ผู้คนจากศาสตร์แขนงต่าง ๆ เกิดการพบปะและแลกเปลี่ยนกันอยู่ตลอดเวลา บวกกับมีความหนาแน่นของบุคลากรมากพอที่จะทำให้การปะทะสังสรรค์เหล่านั้น ก่อให้เกิดประกายไฟแห่งนวัตกรรมขึ้นมา
ลินุส เชลล์เบิร์ก (Linus Kjellberg) หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจที่ Atrium Ljungberg หนึ่งในบริษัทพัฒนาและบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่สุดของประเทศสวีเดน แสดงความเห็นในนิตยสาร Fast Company ว่า “สต็อกโฮล์มไม่ได้เป็นผู้คิดค้นการทำงานแบบข้ามสาขาวิชา แต่เมืองนี้ได้สร้างระบบผังเมืองที่เชื่อมโยงผู้คนต่างภาคส่วนเข้าด้วยกันอย่างใกล้ชิด อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนเชิงโครงสร้างจากสถาบันต่าง ๆ จนการข้ามศาสตร์กลายเป็นวัฒนธรรมการทำงานที่พบเห็นได้ทั่วไป”

Photo Credit: https://unsplash.com/photos/scenery-of-a-body-of-water-beside-a-city-jxfe3orC4G8
นโยบายภาครัฐที่เอื้อต่อการได้ลองผิดลองถูก
ลำพังการย้ายงานข้ามสายกันเป็นปกติของชาวสต็อกโฮล์ม คงจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้มากมายอย่างที่เป็นอยู่ หากไม่มีตาข่ายทางด้านเศรษฐกิจจากภาครัฐรองรับ
สวีเดนมีกฎหมายที่เรียกว่า Tjänstledighet ซึ่งมอบสิทธิ์ตามกฎหมายให้พนักงานทุกคนสามารถลางานแบบไม่รับค่าจ้างได้เป็นเวลานานถึง 6 เดือน เพื่อไปทดลองเริ่มต้นทำธุรกิจส่วนตัว โดยที่ยังคงการันตีตำแหน่งงานเดิมไว้ให้ นอกจากนี้ยังมีระบบสาธารณสุขถ้วนหน้า การนโยบายเรียนฟรีในระดับมหาวิทยาลัย และอื่น ๆ อีกมากมาย ความเป็นอิสระที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐนี้แสดงออกมาเป็นผลลัพธ์ทางสถิติอย่างชัดเจน โดยสวีเดนมีอัตราการเรียนรู้ตลอดชีวิตของผู้ใหญ่สูงที่สุดในยุโรปที่ 74% (ตามมาด้วยเนเธอร์แลนด์ที่ 65%) และจำนวนสตาร์ทอัปประมาณ 20 แห่งต่อพนักงาน 1,000 คน
ความสำเร็จของกรุงสต็อกโฮล์มเป็นเครื่องยืนยันว่า ในยุคที่เส้นทางอาชีพของมนุษย์ถูกท้าทายและอาจต้องสร้างขึ้นใหม่ทุก ๆ ทศวรรษ เมืองที่ช่วยลดความเสี่ยงและต้นทุนในการปรับเปลี่ยนตัวเองย่อมกุมความได้เปรียบสูงสุด ในเมืองแห่งนี้ วิศวกร นักลงทุน เชฟ นักดนตรี นักการตลาด และนักวิจัย ต่างเดินสวนทางและมีปฏิสัมพันธ์กันทุกวัน จนเกิดเป็นเส้นทางอาชีพแบบผสมผสานทักษะข้ามสาขาวิชา ซึ่งเป็นทักษะที่ AI ให้คุณค่าอย่างมากในปัจจุบัน ความหนาแน่นและกะทัดรัดของผังเมือง ทำให้การพบปะเหล่านี้เกิดขึ้นเป็นกิจวัตร ขณะที่สถาบันและระบบรัฐสวัสดิการต่าง ๆ ก็ช่วยทำให้การออกไปสำรวจสิ่งใหม่ ๆ เป็นเรื่องที่ปลอดภัยไร้กังวล
ที่มา: บทความ “Why Stockholm keeps producing AI-era founders” โดย Linus Kjellberg
บทความ “Why Sweden keeps producing unicorns (and what your business can learn from their success)” โดย Johanna Augustin
เรื่อง: คณิศร สันติไชยกุล
TAGS: #Creative Landscape