เมื่อความบันเทิงเปลี่ยนมือ: จับ 5 สัญญาณสตรีมมิงเอเชียครองอำนาจ

สตรีมมิงกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดในเอเชีย ข้อมูลล่าสุดจาก Media Partners Asia (MPA) ระบุว่ารายได้รวมของอุตสาหกรรมวิดีโอในเอเชียแปซิฟิกจะพุ่งทะยานแตะ 1.96 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030
ด้านตลาดพรีเมียมสตรีมมิงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ขยายตัวอย่างชัดเจนในปี 2025 โดยมีการเติบโตของผู้สมัครใช้งานแบบเสียเงิน (paid subscriptions) เพิ่มขึ้นราว 19% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่งผลให้มียอดผู้ใช้ทะลุ 61 ล้านบัญชี ครอบคลุมทั้งในอินโดนีเซีย ไทย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และสิงคโปร์
ท่ามกลางสมรภูมิที่ขับเคี่ยวกันอย่างเข้มข้น อะไรคือปัจจัยเบื้องหลังการพุ่งขึ้นของสตรีมมิง เราจะพาไปสำรวจ 5 ปรากฏการณ์สำคัญที่กำลังพลิกโฉมหน้าอนาคตของความบันเทิงของภูมิภาคนี้

Photo Credit: Freepik
1. เมื่อเงินลงทุน “สตรีมมิง” แซงหน้า “โทรทัศน์ดั้งเดิม”
ปี 2025 นับเป็นครั้งแรกที่มูลค่าการใช้จ่ายด้านเนื้อหาของสตรีมมิงแซงหน้าโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก (Pay-TV) โดยสตรีมมิงมียอดลงทุนสูงถึง 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่ Pay-TV ลดลงเหลือ 4.9 พันล้านดอลลาร์ การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนถึงวิกฤตเชิงโครงสร้างของโทรทัศน์ดั้งเดิม ที่รายได้จากโฆษณาอยู่ในภาวะ "ดิ่งลงอย่างรุนแรง" (Free fall) ในทุกตลาดที่ทำการสำรวจ
วิเวค คูโต (Vivek Couto) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ MPA มองว่า เม็ดเงินกำลังเปลี่ยนทิศทางไปสู่สตรีมมิง แพลตฟอร์มโซเชียล โดยตลาดที่มีแต้มต่อคือ “ตลาดที่มีอำนาจในการกำหนดราคา และมีระบบนิเวศของคอนเทนต์ท้องถิ่นที่แข็งแกร่ง”

Photo Credit: https://vidiodotcom.wpcomstaging.com/artikel/sinopsis-dan-info-lengkap-series-santri-pilihan-bunda-2-yang-tayang-di-vidio
2. เมื่อคอนเทนต์อินโดฯ (Indonesian Original) ผงาดเทียบชั้น K-Drama
ในอดีต ซีรีส์เกาหลีคือผู้ครองส่วนแบ่งการรับชมสูงสุดในตลาดมาโดยตลอด แต่ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2025 ซีรี่ส์จากเกาหลีกำลังถูกท้าทายจากอินโดนีเซีย
รายงาน MPA พบว่า คอนเทนต์ออริจินัลของอินโดนีเซียมียอดส่วนแบ่งการรับชมพุ่งขึ้นมาอยู่ที่ 30% ซึ่งเทียบเท่ากับส่วนแบ่งของซีรีส์เกาหลีเป็นครั้งแรก โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์มท้องถิ่นอย่าง Vidio ที่มีอัตราการเติบโตของชั่วโมงรับชมสูงถึง 24%
ทิพยา ที (Dhivya T) หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์และข้อมูลเชิงลึกจาก MPA กล่าวว่า "อินโดนีเซียโดดเด่นมากในปีนี้ โดยมีผลงานท้องถิ่นที่สามารถแข่งขันกับซีรีส์เกาหลีในกลุ่มคอนเทนต์พรีเมียมได้อย่างสูสี นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่สะท้อนถึงคุณภาพการผลิตที่ดีขึ้น ระบบจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่ง และความเชื่อมั่นของผู้ชมต่อเรื่องราวท้องถิ่น"
3. คอนเทนต์ไทย: แชมป์ส่งออกอันดับหนึ่งของภูมิภาค
ในขณะที่อินโดนีเซียครองใจคนในประเทศ คอนเทนต์จากประเทศไทยกลับสร้างสถิติการเข้าถึงระดับนานาชาติได้สูงสุดในภูมิภาค โดยสามารถดึงดูดผู้ชมต่างชาติได้สูงถึง 11.1 ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภาพยนตร์และซีรีส์แนวสยองขวัญที่ Netflix ถือสิทธิ์หรือผลิตเอง ความสำเร็จนี้เกิดจาก "Cross-border Travelability" หรือความสามารถในการก้าวข้ามกำแพงวัฒนธรรม ซึ่งพิสูจน์แล้วว่า “เรื่องราวแบบไทย” เป็นวัตถุดิบที่ทรงพลังในสายตานานาชาติ
สำหรับตลาดพรีเมียมสตรีมมิงในไทย Netflix ยังคงครองแชมป์ด้วยส่วนแบ่งการมีส่วนร่วมของผู้ชม 43% ตามมาด้วย Viu และ iQIYI ขณะที่ HBO Max ก็มียอดผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นจากความร่วมมือกับผู้ให้บริการโทรคมนาคม (Telco Bundling) จนทำให้ประเทศไทยกลายเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของ HBO Max ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Photo Credit: https://unsplash.com/photos/busy-street-with-cars-and-many-signs-J40B1jUzNes
4. การหวนคืนสู่ของความนิยมใน “สมาร์ททีวี”
แม้สมาร์ทโฟนจะยังเป็นหน้าจอหลักในการรับชมคอนเทนต์ แต่ในปี 2026 เราเห็นแนวโน้มการหวนคืนสู่ห้องนั่งเล่นผ่านสมาร์ททีวีอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ สมาร์ททีวีไม่ได้เป็นเพียงแค่หน้าจอรับสัญญาณอีกต่อไป แต่เป็นศูนย์กลางการสร้าง "ประสบการณ์ระดับพรีเมียม" สำหรับการดูซีรีส์แบบต่อเนื่อง (Binge-watching) หรือการชมถ่ายทอดสดกีฬาร่วมกัน
นอกจากนี้ แพลตฟอร์มสตรีมมิงยังใช้สมาร์ททีวีเป็นจุดสร้างรายได้ใหม่ผ่าน “โฆษณาแบบเจาะจง” (Targeted Ads) เช่น การยิงโฆษณาตามพฤติกรรมการดู หรือการเสนอสินค้าในช่วงพักซีรีส์ ซึ่งมีความแม่นยำมากกว่าทีวีดั้งเดิมหลายเท่า

Photo Credit: https://unsplash.com/photos/turned-on-flat-screen-television-EOQhsfFBhRk
5. สตรีมมิงปรับกลยุทธ์: เน้น “กำไร” มากกว่า “ขยายฐานผู้ใช้”
อ่านสัญญาณทั้งในอดีตและปัจจุบันมาแล้ว สุดท้ายเรามาดูอนาคตกันบ้าง
หลังจากทุ่มงบมหาศาลเพื่อแย่งชิงผู้ใช้ในช่วง 5–6 ปีที่ผ่านมา แพลตฟอร์มสตรีมมิงรายใหญ่เริ่มแตะเบรกการเติบโตเชิงปริมาณ และหันมาเน้นที่การเติบโตเชิง “คุณภาพและผลกำไร” แทน รายงานจาก MPA ชี้ว่า การเปลี่ยนทิศทางนี้ขับเคลื่อนด้วย 3 กลไกหลัก ได้แก่
- การควบควมกิจการ (Market Consolidation): ตลาดกำลังรวมตัวเข้าสู่ผู้เล่นรายใหญ่เพียง 3-4 ราย (เช่น Netflix, Viu, Vidio, และ iQIYI) ที่ครองส่วนแบ่งตลาดและเวลาการรับชมรวมกันถึง 70%
- การผสานปัญญาประดิษฐ์ (AI Integration): การนำ AI มาใช้ตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่การลดต้นทุนการผลิตไปจนถึงการวิเคราะห์ความแม่นยำในการจัดจำหน่ายคอนเทนต์
- นวัตกรรมคอนเทนต์ (Content Innovation): การลดปริมาณคอนเทนต์ออริจินัลฟอร์มยักษ์ แล้วหันไปให้ความสำคัญกับรูปแบบใหม่ ๆ อย่างซีรีส์ขนาดสั้น (Micro-dramas) และการผลักดันแพ็กเกจราคาถูกแบบมีโฆษณา (Ad-supported tiers)
"ความท้าทายของอุตสาหกรรมคือการรักษาสมดุลระหว่างการเติบโตและความสามารถในการทำกำไร ผู้ชนะคือผู้ที่ลงทุนอย่างชาญฉลาดในเรื่องราวที่โดนใจ ปรับตัวรับกับโมเดลโฆษณา และเปิดรับนวัตกรรมอย่าง AI เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน โดยยังคงรักษาความใกล้ชิดกับผู้บริโภคไว้ได้อย่างเหนียวแน่น" สตีเฟน ลาสลอกกี (Stephen Laslocky) รองประธานของ MPA กล่าว
อุตสาหกรรมวิดีโอในเอเชียแปซิฟิกกำลังเปลี่ยนผ่านจากการแข่งขันเชิงปริมาณ สู่การสร้าง “มูลค่าผ่านประสบการณ์ระดับพรีเมียม” ความสำเร็จในอนาคตจะไม่ได้วัดกันที่จำนวนคอนเทนต์ที่ผลิตได้ แต่คือ “คุณภาพของเรื่องเล่า” ที่ต้องเข้าถึงใจผู้ชมท้องถิ่น และมีพลังมากพอที่จะเดินทางข้ามพรมแดนทางวัฒนธรรม ดังเช่นที่คอนเทนต์จากไทยและอินโดนีเซียกำลังพิสูจน์ให้โลกเห็นอยู่ในวันนี้
ที่มา : บทความ “Streaming Overtaking Pay-TV Spend In Asia For First Time This Year, MPA Report Finds” โดย Jesse Whittock
บทความ “Indonesian Originals Begin To Challenge Korean Content In Southeast Asia – MPA Report” โดย Jesse Whittock
บทความ “Asia Pacific Video Revenue To Hit $196B In Four Years, MPA Predicts” โดย Jesse Whittock
บทความ “Southeast Asia Adds 1.5 Million Net New Subscribers Across Premium VOD In Q2, Nearly Doubling Q1’s Growth — Report” โดย Sara Merican
บทความ “Southeast Asia Streaming Surges With 19% Growth, Indonesian Content Rivals K-Dramas, Report Finds” โดย Naman Ramachandran
เรื่อง : คณิศร สันติไชยกุล
TAGS: #Creative Economy Update