Research & Report

Shoppable TV: เมื่อ “สิ่งที่เห็น” กลายเป็น “สิ่งที่ซื้อได้” ทันทีด้วย AI

นับตั้งแต่กลยุทธ์ Tie-in สินค้าในสื่อบันเทิง เพื่อกระตุ้นความอยากเป็นเจ้าของสินค้าเหมือนตัวละครที่เรารัก โลกการตลาดได้พยายามมาโดยตลอดในการคิดค้นวิธีร้อยเรียงประสบการณ์จากการมองเห็นสินค้าบนจอ ไปสู่การกดสั่งซื้อได้เลยอย่างไร้รอยต่อหรือที่เรียกกันว่า Shoppable TV ตั้งแต่ยุคโฮมช้อปปิง ไปจนถึง QR code หน้าจอ และฟีเจอร์อินเทอร์แอคทีฟบนแพลตฟอร์มสตรีมมิง แต่ฟีเจอร์เหล่านี้ก็ยังไม่สามารถเปลี่ยนให้กลายเป็นพฤติกรรมหลักของผู้บริโภคได้จริง ปัญหาที่ผ่านมาไม่ได้อยู่ที่ความต้องการ แต่เกิดจาก “แรงเสียดทาน” ซึ่งอยู่ในประสบการณ์การใช้งาน ที่ผู้ใช้ต้องละสายตาจากสิ่งที่กำลังสนใจไปค้นหา แล้วค่อยกลับมาซื้อในอีกจังหวะหนึ่ง จนทำให้ความตั้งใจซื้อสะดุดลงกลางทาง

Silvr: ตัวช่วยที่ทำให้การซื้อสมูธกว่าที่เคย

สองอดีตพนักงาน Google จอช แลนเซต (Josh Lanzet) และ เจสัน ฟาล์สตรอม (Jason Fahlstrom) ได้พัฒนา Silvr เพื่อแก้ปัญหาที่ว่านี้โดยเฉพาะ Silvr คือแอปพลิเคชันที่ให้ผู้ใช้เพียงยกมือถือขึ้นส่องหน้าจอ ไม่ว่าจะเป็นทีวีหรือแล็ปท็อป ระบบจะสามารถระบุสินค้าในฉาก และเชื่อมไปสู่การซื้อได้ทันที โดยไม่ต้องพิมพ์ค้นหา ไม่ต้องรู้ชื่อแบรนด์ และไม่ต้องออกจากประสบการณ์การรับชม

Photo Credit: https://unsplash.com/photos/a-woman-holding-a-cell-phone-in-front-of-a-flat-screen-tv-N_a6DkrCCdU

เทคโนโลยีที่ทำให้ “ของที่เห็น” กลายเป็น “ของที่ซื้อได้”

สิ่งที่ทำให้ Silvr แตกต่างจากความพยายามก่อนหน้า อยู่ที่ความสามารถในการเข้าใจภาพในระดับที่ลึกขึ้นของ AI ในปัจจุบัน ระบบไม่ได้พึ่งการแท็กสินค้าจากฝั่งผู้ผลิตคอนเทนต์ แต่ใช้ AI และ Computer Vision วิเคราะห์ภาพโดยตรง ทำให้สามารถตีความรายละเอียดของแฟชั่นได้ดีขึ้น จากเดิมที่แสดงเพียงสินค้าที่ใกล้เคียง ขยับไปสู่การจับคู่ที่แม่นยำมากขึ้น

ผู้ก่อตั้งระบุว่า การเปิดตัวเกิดขึ้นในจังหวะที่เหมาะสม เพราะในช่วงสองปีที่ผ่านมา AI พัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะความสามารถแบบ Multimodal กล่าวคือการที่ AI สามารถเข้าใจได้ทั้งภาพ ข้อความ หรือจะเป็นไฟล์เสียงได้พร้อมกัน ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคก็เริ่มคุ้นเคยกับพฤติกรรมแบบ Shoppable Entertainment มากขึ้น ทำให้สิ่งที่เคยเป็นเพียงความเป็นไปได้ทางเทคนิค เริ่มกลายเป็นประสบการณ์ที่ใช้งานได้จริง

“ที่ผ่านมา เวลาเราเห็นอะไรแล้วสงสัยว่า ‘คุณไปซื้อมาจากไหน’ เราต้องไปหาคำตอบด้วยตัวอักษร แต่ตอนนี้ แอปของเราสามารถตอบคำถามนั้นจากภาพได้โดยตรง” จอชกล่าว

Photo Credit: https://unsplash.com/photos/man-watching-tv-holding-a-smartphone-Atht0m-sw3M

จากแอปพลิเคชันสู่โครงสร้างใหม่ของการซื้อในสื่อ

มากไปกว่านั้น Silvr ไม่ได้มองตัวเองเป็นเพียงแอปสำหรับผู้บริโภคเท่านั้น แต่กำลังพัฒนาโมเดลธุรกิจสองด้านควบคู่กัน

ด้านแรกคือฝั่งผู้ใช้ทั่วไป หรือที่เรียกว่า B2C (Business-to-Consumer) ซึ่งก็คือแอปที่ให้ผู้ใช้สามารถยกมือถือขึ้นส่องหน้าจอ เพื่อค้นหาสินค้าที่เห็นอยู่ตรงหน้า และเชื่อมไปสู่การซื้อได้ทันที ภายในแอปยังมีระบบฟีดที่คอยแนะนำสินค้าและคอนเทนต์ โดยอิงจากพฤติกรรมของผู้ใช้ เช่น สิ่งที่เคยค้นหา หรือสิ่งที่เคยกดดู ยิ่งใช้งานมาก ระบบก็ยิ่งเข้าใจความสนใจของเราและแสดงผลให้ตรงรสนิยมมากขึ้น

ที่สำคัญคือ เมื่อผู้ใช้ตัดสินใจซื้อ ระบบจะพาไปยังเว็บไซต์ของแบรนด์นั้นโดยตรง แทนที่จะซื้อผ่านตัวแอปเอง โมเดลนี้เรียกว่า Direct-to-Consumer หรือ DTC ซึ่งหมายถึงการที่แบรนด์ขายของให้ลูกค้าโดยตรง ไม่ผ่านตัวกลาง ทำให้แบรนด์ยังสามารถควบคุมประสบการณ์ลูกค้า เก็บข้อมูล และสร้างความสัมพันธ์ได้เอง

อีกด้านหนึ่งคือฝั่ง B2B (Business-to-Business) หรือการขายเทคโนโลยีให้กับบริษัทอื่น ในกรณีนี้ Silvr พัฒนาในรูปแบบที่เรียกว่า White-Label คือการสร้างระบบไว้ให้แพลตฟอร์มอื่นนำไปใช้ แต่ใช้ภายใต้แบรนด์ของตัวเอง ผู้ใช้ปลายทางจะไม่เห็นชื่อ Silvr แต่จะรู้สึกว่าเป็นฟีเจอร์หนึ่งของแพลตฟอร์มนั้นโดยตรง

ตัวอย่างเช่น หากระบบนี้ถูกนำไปใช้บนแพลตฟอร์มอย่าง Netflix หรือ HBO Max ผู้ชมอาจสามารถหยุดภาพในฉากหนึ่ง แล้วคลิกเลือกเสื้อผ้าหรือสินค้าที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอเพื่อซื้อได้ทันที โดยไม่ต้องหยิบมือถือขึ้นมาส่อง หรือออกจากแอปไปที่อื่นเลย

ในจุดนี้ Silvr จึงไม่ได้เป็นเพียงแอปหนึ่งตัว แต่กำลังขยับไปสู่การเป็น “โครงสร้างเบื้องหลัง” ของประสบการณ์การรับชม ที่เชื่อมคอนเทนต์เข้ากับการซื้ออย่างแนบเนียน ซึ่งอาจกลายเป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์มสื่อในอนาคตโดยที่ผู้ใช้แทบไม่รู้ตัว 

Shoppable TV จะไม่ใช่แค่ฟีเจอร์ใหม่ แต่เป็นการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรม ที่คอนเทนต์ไม่ได้แค่สร้างความสนใจ เพียงอย่างเดียว แต่สามารถปิดการขายได้ในตัวเอง

Photo Credit: https://unsplash.com/photos/a-person-taking-a-picture-of-a-living-room-kERJK6vLRMw

เป้าหมายของทั้งหมดนี้คือการลดแรงเสียดทานของประสบการณ์การใช้จ่าย จากเดิมที่ต้องผ่านหลายขั้นตอน กลายเป็นประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในจังหวะเดียว การตัดสินใจซื้อไม่ได้เกิดขึ้นหลังจากการดู แต่เกิดขึ้นพร้อมกันในช่วงที่ผู้บริโภคมีอารมณ์ร่วมสูงที่สุด

โลกในอนาคตของผู้ก่อตั้ง Silvr คือโลกที่ผู้บริโภคสามารถสแกนอะไรก็ได้ที่เห็น แล้วซื้อได้ทันที แนวคิดนี้สอดคล้องกับทิศทางของอุตสาหกรรมโดยรวม ที่ผู้ก่อตั้งเทคโนโลยีกำลังเร่งพัฒนาอุปกรณ์สวมใส่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งอาจทำให้เราไม่จำเป็นต้องพึ่งพาอุปกรณ์อย่างสมาร์ตโฟนอีกต่อไป เพื่อให้อีคอมเมิร์ซถูกผสานเข้ากับโลกจริงนอกเหนือจากหน้าจอ

“แนวคิดคือการสร้างการกระทำให้เกิดขึ้นได้ทันที และลบข้อจำกัดทั้งหมดของผู้บริโภคออกไป นี่คือจุดที่ AI จะกลายเป็นบริการสำคัญสำหรับอนาคตของการค้า” เจสันกล่าว

ที่มา: บทความ “A New App Wants to Finally Crack Shoppable TV” โดย Amy O’Brien
บทความ “Is Daydream’s AI Platform the Answer to Fashion’s Discovery Problem?” โดย Hilary Milnes

เรื่อง: คณิศร สันติไชยกุล


TAGS: #Creative Economy Update