Samansa สตรีมมิงสัญชาติญี่ปุ่นที่เปิดพื้นที่ให้ “ภาพยนตร์สั้นจากทั่วโลก” ในจังหวะชีวิตที่เร่งรีบ

เมื่อ 5 ปีก่อน เจฟฟรีย์ แคทเซนเบิร์ก (Jeffrey Katzenberg) ผู้ร่วมก่อตั้งสตูดิโอ DreamWorks และอดีตซีอีโอของ eBay เม็ก วิตแมน (Meg Whitman) ได้เปิดตัวบริการสตรีมมิงใหม่ในชื่อ Quibi สตรีมมิงที่สัญญาว่าจะ “ปฏิวัติวงการ” การรับชมวิดีโอรูปแบบใหม่ โดยสร้างสรรค์ซีรีส์และภาพยนตร์ในรูปแบบใหม่ ให้เหมาะกับการรับชมทั้งในแนวนอนและแนวตั้ง เพื่อรับชม “ระหว่างการเดินทาง” ได้อย่างลงตัว
แต่เพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนการเปิดตัว สหรัฐอเมริกาได้เข้าสู่มาตรการล็อกดาวน์จากการระบาดของโควิด-19 สตรีมมิงที่หวังเป็นเพื่อนสร้างความบันเทิงยามเดินทางจึงต้องหงายหลังตั้งแต่ยังไม่เริ่มเดิน เมื่อทุกคนถูกกักให้อยู่กับที่ ด้วยความทะลักทุเลหลังจากนั้น เพียงแค่หกเดือนต่อมา Quibi ก็จำต้องปิดตัวลง
หนึ่งปีให้หลังจากการปิดตัวของ Quibi นอกเหนือจากการรับมือกับโรคระบาดที่ดีขึ้นแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่พุ่งทะยานมาจนถึงทุกวันนี้ก็คือ กระแสความนิยมของ Tiktok ที่มียอดผู้ใช้แตะ 1 พันล้านผู้ใช้ในปี 2021 กระแสความนิยมจากเนื้อหาวิดีโอขนาดสั้นนี้เอง ที่ได้จุดประกายให้ ยูอิชิ อิวานากะ (Yuichi Iwanaga) หนุ่มญี่ปุ่นผู้จบการศึกษาจากโรงเรียนภาพยนตร์ในสหรัฐฯ เปิดตัว Samansa แพลตฟอร์มบริการสมัครสมาชิกที่เผยแพร่ภาพยนตร์สั้น ละคร และสารคดีที่น่าสนใจจากทั่วทุกมุมโลก

Photo Credit: https://about.samansa.com/en
ในสนามสตรีมมิงปัจจุบัน ระยะเวลาที่สั้นของวิดีโอคือจุดแข็งของ Samansa ที่แตกต่างจากสตรีมมิงยักษ์ใหญ่ อาจกล่าวได้ว่า เป็นสนามที่ยังไม่มีผู้เล่นมากนัก ไม่ว่าจะมีเวลาน้อยนิด อยากหาอะไรดู 3 นาทีก่อนเข้านอน หรือ 20 นาทีระหว่างการเดินทาง Samansa มีให้หมด ไม่ต่างอะไรกับชื่อของมันที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Samantha แชทบอตฉลาดล้ำจากภาพยนตร์ Her (2013, Spike Jonze) ที่รู้จักเลือกคำตอบให้เหมาะกับอารมณ์ของผู้ใช้จนตกหลุมรัก
กลยุทธ์ของ Samansa คือการนำความบันเทิงแทรกเข้าไปในไลฟ์สไตล์ที่รีบเร่งอยู่ตลอดเวลาของโลกสมัยใหม่ “บริการที่ให้ผู้คนสามารถรับชมภาพยนตร์สั้นที่น่าสนใจในช่วงเวลาว่าง” น่าจะเป็นสิ่งที่ชาวญี่ปุ่นซึ่งมีชีวิตที่เร่งรีบต้องการ ยูอิจิพูดถึงจุดตั้งต้นของ Samansa
มองอย่างผิวเผิน Samansa และ Quibi เกิดจากสารตั้งต้นคล้ายคลึงกัน นั่นคือการเป็นแพลตฟอร์มรับชมวิดีโอขณะเดินทาง แต่สิ่งที่ต่างออกไปคือกระบวนการคัดสรรเนื้อหามาลงในแพลตฟอร์ม Samansa ได้ทำงานร่วมกับผู้สร้างหน้าใหม่จากทั่วโลก (ต่างจาก Quibi ที่ผลิตและนำแสดงโดยดารา) โดยเปิดโอกาสให้ส่งบทภาพยนตร์เข้ามา และให้โอกาสในการพัฒนาต่อเป็นภาพยนตร์ขนาดสั้น เพื่อฉายลงเป็น Original Content ของทางแพลตฟอร์ม
Samansa ยังมีคลังภาพยนตร์ขนาดสั้นที่พัฒนาและอัปเดตอย่างต่อเนื่องหลายร้อยเรื่อง ตั้งแต่คอมเมดีขนาดสั้นไปจนถึงภาพยนตร์ดราม่าที่เคยเข้าชิงรางวัลออสการ์อย่าง “Feeling Through” ของ Doug Roland ภาพยนตร์ส่วนใหญ่บนแพลตฟอร์มมาจากสตูดิโอในสหรัฐอเมริกาและยุโรป พร้อมคำบรรยายหลายภาษา ได้แก่ อังกฤษ ญี่ปุ่น เกาหลี อินโดนีเซีย และรวมถึงไทย
หลังจากที่ยูอิชิกลับจากแสงสีของฮอลลีวูด ที่บ้านเกิดของเขา ยูอิชิกลับได้ยินเพื่อน ๆ ในวงการระบายถึงการไม่มีทุนในการสร้างภาพยนตร์ ในมุมนี้ แพลตฟอร์มสำหรับภาพยนตร์สั้นจึงเป็นไอเดียที่จะสร้างคลื่นลูกใหม่ให้วงการ ยูอิชิชี้ให้เห็นว่า ผู้กำกับที่สถาปนาตนเองในวงการ หลายคนก็เริ่มฉายแววมาจากภาพยนตร์สั้นที่ไปเข้าตานักลงทุนหรือโปรดิวเซอร์
ทาคายูกิ โทยามะ (Takayuki Toyama) ผู้ร่วมก่อตั้ง Samansa กล่าวว่า “เรามองหาผลงานที่มีโครงสร้างเรื่องราวที่แข็งแรง และสามารถถ่ายทอดสารหรือข้อความของผู้สร้างได้อย่างชัดเจน”

Photo Credit: https://unsplash.com/photos/people-sitting-on-black-chair-inside-train-DlmFibX3Dso
Samansa กำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 5 อย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยก้าวต่อไปนั้นเริ่มตั้งแต่ในเดือนมกราคมปี 2026 ภาพยนตร์จำนวนหนึ่งของ Samansa จะถูกฉายบนเที่ยวบินทั้งภายในประเทศและต่างประเทศของสายการบิน All Nippon Airways (ANA) สัญญาณที่ดีเช่นนี้อาจดูเหมือน Samansa สามารถข้ามคลื่นอุปสรรคที่เคยซัด Quilbi ให้ล้มลงไปได้ แต่อย่างไรก็ตาม คำถามในระยะยาวก็คือ ผู้บริโภคที่คุ้นเคยกับการชมวิดีโอสั้นฟรีบนแพลตฟอร์มอย่าง YouTube จะยอมจ่ายเงินเพื่อชมภาพยนตร์ขนาดสั้นหรือไม่
กลับมาที่สถานการณ์ใกล้ตัว หากมองในมิติของแพลตฟอร์มที่สนับสนุนโอกาสของผู้สร้างหน้าใหม่ ไทยเองมีบริบทที่ไม่ต่างกันมากนัก เราคือประเทศที่คนใช้เวลาเฉลี่ยบนสมาร์ตโฟนสูงที่สุดในอาเซียนและการดูวิดีโอระหว่างเดินทาง บนรถไฟฟ้า รถตู้ หรือแม้แต่ตอนรอคิวในร้านกาแฟ กลายเป็นพฤติกรรมประจำวัน ขณะเดียวกัน ผู้กำกับและนักเรียนภาพยนตร์จำนวนมากยังคงเผชิญปัญหาเดิมอย่างการไม่มีทุนสร้าง ไม่มีพื้นที่เผยแพร่ และผลงานขนาดสั้นที่มีศักยภาพจำนวนมากไม่ถูกมองเห็น
การมีแพลตฟอร์มอย่าง Samansa ซึ่งทำหน้าที่เป็น “ตลาดกลางของภาพยนตร์สั้นคุณภาพ” ในบริบทของประเทศไทย อาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยให้ผู้สร้างรุ่นใหม่เข้าถึงผู้ชมได้มากขึ้น และเปิดโอกาสให้ผลงานเหล่านี้เชื่อมโยงกับตลาดในระดับภูมิภาคได้บ้าง
ที่มา: บทความ “Those 20 minutes may change you. Interview with Yuichi Iwanaga, representative of SAMANSA, a short film subscription” จาก lifehacker.jp
บทความ “Samansa bets on commuter cinema” โดย Ryne Hisada
ข้อมูล “samansa.com/en”
เรื่อง: คณิศร สันติไชยกุล
TAGS: #Creative Economy Update