Research & Report

French Touch: เมื่อจังหวะดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ถูกจารึกเป็น “มรดกชาติ” ก้าวสำคัญสู่บัญชียูเนสโก

ฝรั่งเศสกำลังขยับตัวครั้งใหญ่ในการตอกย้ำสถานะ "ผู้นำทางวัฒนธรรมโลก" อีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ผ่านภาพวาดในพิพิธภัณฑ์ลูฟร์หรืออาหารมื้อสุดหรู ทว่าคือจังหวะสังเคราะห์ของ “ดนตรีอิเล็กทรอนิกส์” หรือที่ทั่วโลกหลงรักในชื่อ "French Touch"

เดือนมิถุนายนปี 2025 ประธานาธิบดีฝรั่งเศสเอ็มมานูเอล มาครง (Emmanuel Macron) ให้สัมภาษณ์กับสถานีวิทยุฝรั่งเศส Fréquence Gaie (FG) ถึงสถานะทางวัฒนธรรมของดนตรีอิเล็กทรอนิกส์จากฝรั่งเศสว่า มีความสำคัญในระดับเดียวกับดนตรีอิเล็กทรอนิกส์จากเบอร์ลิน

“ผมรักเยอรมนีนะ คุณก็รู้ว่าผมเป็นคนที่สนับสนุนยุโรปมากแค่ไหน แต่เราไม่จำเป็นต้องไปเรียนรู้จากใคร เราคือต้นกำเนิดของดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ เรามี French touch ของเราเอง” ประธานาธิบดีกล่าว

Photo Credit: https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Daft_Punk_in_2013_2-_centered.jpg

ดนตรีอิเล็กทรอนิกส์จากฝรั่งเศสหรือที่รู้จักกันในชื่อ French touch เป็นแขนงหนึ่งของดนตรีอิเล็กทรอนิกส์แดนซ์ (EDM) ซึ่งผสมผสานองค์ประกอบของ ดิสโก้, ฟังก์ และเฮาส์ เข้าด้วยกัน แนวดนตรีนี้ถือกำเนิดขึ้นในประเทศฝรั่งเศสช่วงทศวรรษ 1990 และรุ่งเรืองถึงขีดสุดในช่วงปลายยุค 1990s เมื่อวงอย่าง Daft Punk และ Air ได้รับความนิยมออกไปทั่วโลก

ล่าสุดเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ฝรั่งเศสได้ประกาศว่า ดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ฉบับฝรั่งเศสหรือ French Touch ได้รับการบรรจุเข้าสู่บัญชีมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของฝรั่งเศส ซึ่งนับเป็นก้าวแรกของการผลักดันให้ French Touch เข้าสู่บัญชีมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโก ตามรอยดนตรีเทคโนจากกรุงเบอร์ลิน ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของเยอรมนีไปเมื่อปี 2023 ในฐานะ “รูปแบบหนึ่งของดนตรีอิเล็กทรอนิกส์แดนซ์ที่ได้ฝากร่องรอยไว้ในพื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองนับตั้งแต่ช่วงกลางถึงปลายทศวรรษ 1980s”

“ดนตรีอิเล็กทรอนิกส์มีที่ทางอันชอบธรรมในมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของชาติเรา” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมฝรั่งเศส ราชิดา ดาตี (Rachida Dati) กล่าว เพื่อยืนยันก้าวแรกของการประกาศครั้งนี้ นอกจากนั้น เมื่อไม่นานมานี้ กระทรวงฯ ยังได้แสดงให้เห็นความต้องการผลักดันวัฒนธรรมนี้อย่างจริงจัง โดยมีการจัดตั้งระบบมอบตรารับรองให้แก่คลับต่าง ๆ ในฐานะ “สถานที่แห่งการแสดงออกทางศิลปะและการเฉลิมฉลอง” อีกด้วย 

Photo Credit: https://www.jeanmicheljarre.com/music/oxygene

Jean-Michel Jarre: ทูตผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ

ในการประกาศความสำเร็จของฝรั่งเศสในครั้งนี้ ได้มีการกล่าวเป็นพิเศษถึง ฌ็อง-มิเชล ฌาร์ (Jean-Michel Jarre) ผู้ซึ่งออกอัลบั้มในตำนานอย่าง Oxygène ในปี 1976 โดยใช้เครื่อง Synthesizer ยุคแรก ๆ และเป็นเพลงที่ไม่มีเสียงร้องเลย ถือเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ยุคใหม่ของโลก และยังได้รับเครื่องอิสริยาภรณ์จากประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครงอีกด้วยในปี 2021 นอกจากนั้น เขายังดำรงตำแหน่งเป็นทูตยูเนสโก ให้กับประเทศฝรั่งเศสมาตั้งแต่ปี 1993 

ฌ็อง-มิเชล ฌาร์ได้เขียนบนอินสตาแกรมของตัวเอง ภายหลังการประกาศว่า “ผมรู้สึกยินดีที่ได้เห็นดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ได้รับการยอมรับให้มีที่ทางในมรดกทางวัฒนธรรมของโลกในที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ผมได้อุทิศตนมากว่าสามทศวรรษในฐานะทูตยูเนสโกและผู้สนับสนุนวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้”

เขาเรียกช่วงเวลานี้เป็น “หมุดหมายทางประวัติศาสตร์ของดนตรีอิเล็กทรอนิกส์”

ทั้งนี้ บัญชีมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโก เปิดโอกาสให้ประเทศภาคีที่ลงนามในอนุสัญญายูเนสโกสามารถขึ้นทะเบียน “แนวปฏิบัติ การแสดงออก การสื่อสาร ความรู้ และทักษะต่าง ๆ ที่ชุมชนยอมรับว่าเป็นส่วนหนึ่งของมรดกทางวัฒนธรรมของตนเอง” ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ ดนตรี งานหัตถกรรม ไปจนถึงศิลปะการทำอาหาร เกมพื้นบ้าน และกีฬาดั้งเดิม ในอดีต บัญชีรายชื่อนี้เคยมอบให้กับแนวดนตรีต่าง ๆ มาแล้ว ตัวอย่างเช่น เร็กเก้ของจาเมกา (Jamaican reggae), มาริอาชีของเม็กซิโก (Mexican mariachi) และ รูมบาของคิวบา (Cuban rumba)

สำหรับ ทอมมี โวเดอเครน (Tommy Vaudecrane) ประธานองค์กร Technopol สมาคมที่ทำหน้าที่ปกป้องและส่งเสริมดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงเป็นผู้จัดงาน Paris Techno Parade มาตั้งแต่ปี 1998 กล่าวถึงการได้รับการขึ้นทะเบียนครั้งนี้ว่าเป็น “ความสำเร็จและหมุดหมายทางประวัติศาสตร์”

เขากล่าวกับสำนักข่าว AFP ว่า “น้ำตาหยดแรกที่ผมเคยหลั่งให้กับดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ เกิดขึ้นท่ามกลางแก๊สน้ำตา ตอนที่ดนตรีแนวนี้ถูกมองว่าเป็นปีศาจร้าย ส่วนหยดน้ำตาเล็ก ๆ ที่ผมหลั่งในวันนี้ คือความปลื้มปีติที่ได้เห็นดนตรีของเราถูกยอมรับให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมในที่สุด”

การตัดสินใจของฝรั่งเศสครั้งนี้ได้แสดงให้เห็นถึงการยอมรับว่า ดนตรีอิเล็กทรอนิกส์คือมรดกทางวัฒนธรรมที่มีชีวิตและยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง วัฒนธรรมเป็นเครื่องมือในการชูศักยภาพของคนในชาติ ไม่ใช่สิ่งหยุดนิ่งตายตัว โดยมี ฌ็อง-มิเชล ฌาร์ ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในผู้บุกเบิก แนวคิดนี้ไม่เพียงเป็นการให้เกียรติแก่ “อดีต” เท่านั้น แต่ยังเป็นการตอกย้ำถึง สถานะอันชอบธรรมของดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ในฐานะมรดกทางวัฒนธรรมของโลกและหมุดหมายผู้นำด้านวัฒนธรรมของโลกใน “อนาคต”

ที่มา: บทความ “France Recognizes Electronic Music as ‘Intangible Cultural Heritage’” โดย Lars Brandle
บทความ “Jean-Michel Jarre leads electronic music into UNESCO heritage history” โดย Yotam Dov
บทความ “Electronic music added to French Intangible Cultural Heritage list”  โดย David Mouriquand
บทความ “Justice for Daft Punk? Emmanuel Macron calls for French touch to get UNESCO cultural heritage status” โดย David Mouriquand
บทความ “Guide to French House Music: 4 Notable French House Acts” จาก masterclass.com
บทความ “France recognises electronic music as Intangible Cultural Heritage” โดย Laura Molloy
บทความ “Emmanuel Macron wants French electronic music to receive UNESCO world heritage status” โดย Max Pilley

เรื่อง: คณิศร สันติไชยกุล


TAGS: #Creative Economy Update