News Update

15.10.2569

เปิดมุมมองผู้แทนจาก New TCDC ระยะที่ 2 กลุ่มแรก 5 จังหวัด ผนึกกำลัง CEA ต่อยอดทุนวัฒนธรรมท้องถิ่นสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งอนาคต

เปิดมุมมองผู้แทนจาก 5 TCDC แห่งใหม่ ชุมพร นครศรีธรรมราช ยะลา ร้อยเอ็ด และสกลนคร ร่วมผนึกกำลัง CEA ขยายโครงสร้างพื้นฐานทางความคิดสร้างสรรค์ มุ่งต่อยอดต้นทุนวัฒนธรรมท้องถิ่นสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งอนาคต

ขยายพื้นที่สร้างสรรค์ กระจายโอกาสสู่ท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง

การขยายพื้นที่สร้างสรรค์อย่างศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบแห่งใหม่ (New TCDC) ในรูปแบบความร่วมมือระหว่างสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง

ความร่วมมือนี้มุ่งหวังให้ New TCDC เป็นกลไกสำคัญในการกระจายโครงสร้างพื้นฐานทางความคิดสร้างสรรค์ไปสู่ระดับภูมิภาค เพื่อช่วยยกระดับ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

การขับเคลื่อนในครั้งนี้ต่อยอดมาจากความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมของโครงการ New TCDC ในระยะแรก ซึ่งได้นำร่องไปแล้วใน 10 จังหวัดทั่วประเทศ ได้แก่ เชียงราย นครราชสีมา ปัตตานี พิษณุโลก แพร่ ภูเก็ต ศรีสะเกษ สุรินทร์ อุตรดิตถ์ และอุบลราชธานี โครงการในระยะแรกนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ความคิดสร้างสรรค์เป็นเครื่องมือที่มีพลังในการจุดประกายโอกาสใหม่ ๆ ทางธุรกิจ ช่วยพัฒนาและเติมเต็มศักยภาพของคนรุ่นใหม่และบุคลากรในพื้นที่ ตลอดจนการยกระดับต้นทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นให้กลายเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

เดินหน้า New TCDC ระยะที่ 2 ปักหมุด 5 จังหวัดยุทธศาสตร์

ล่าสุด CEA เดินหน้าขยายโครงสร้างพื้นฐานทางความคิดสร้างสรรค์ ด้วยการขับเคลื่อนโครงการ New TCDC ระยะที่ 2 กลุ่มแรก ใน 5 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร นครศรีธรรมราช ยะลา ร้อยเอ็ด และสกลนคร โดยได้จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใน 5 จังหวัดเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา

ความน่าสนใจของ New TCDC ทั้ง 5 แห่งใหม่นี้ คือการดึงบริบท พื้นถิ่น และสินทรัพย์เด่นของแต่ละเมือง มาใช้เป็นแนวคิดหลักในการขับเคลื่อน พร้อมออกแบบบริการไฮไลต์อย่าง Creative Lab ให้ตอบโจทย์และสอดคล้องกับอัตลักษณ์เฉพาะของพื้นที่อย่างลงตัว

เสียงจากผู้แทน 5 จังหวัด วิสัยทัศน์ ความตั้งใจ และทิศทางการพัฒนา

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง 5 จังหวัด ในฐานะหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนจัดตั้ง New TCDC ได้ร่วมถ่ายทอดความมุ่งหวังและเป้าหมายการพัฒนาพื้นที่ของตนเอง ประกอบด้วย

(1) TCDC ชุมพร
โดยความร่วมมือระหว่าง CEA x เทศบาลเมืองชุมพร และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) 

จังหวัดชุมพร คือดินแดนแห่ง “ประตูสู่ภาคใต้” ที่อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติและประวัติศาสตร์อันยาวนาน เมืองแห่งนี้หล่อหลอมเสน่ห์ของเมืองทะเล เมืองสวน และเมืองคลองเข้าด้วยกัน พร้อมรากฐานความศรัทธาที่มีต่อกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ตลอดจนโครงการพระราชดำริแก้มลิงลุ่มน้ำหัววัง - พนังตัก ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่เข้ามาช่วยรับมือปัญหาน้ำท่วม 

ชุมพรยังเพียบพร้อมด้วยวิถีชีวิตชาวประมง ชุมชนเก่าแก่ริมแม่น้ำท่าตะเภา และองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยชั้นนำในพื้นที่ ซึ่งพร้อมเปลี่ยนบทบาทของจังหวัดให้กลายเป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวและการเรียนรู้

ความโดดเด่นของชุมพรสะท้อนให้เห็นผ่าน 3 อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ได้แก่ อาหารไทย ทัศนศิลป์ และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เมืองแห่งนี้มีทุนทางวัฒนธรรมและสินทรัพย์ท้องถิ่นหลากหลาย เช่น วัตถุดิบ อย่างกะปิเคยขัดน้ำ กาแฟโรบัสต้าคุณภาพสูง ปลาเค็มหมกทราย โกโก้ ผลไม้พรีเมียม ขนมกะลอจี้ ตลอดจนงานทัศนศิลป์และหัตถศิลป์ เช่น เบญจรงค์หลังสวน ลูกปัดหินโบราณเขาสามแก้ว และงานสตรีทอาร์ตกว่า 32 จุดในชุมชน ทั้งหมดนี้คือวัตถุดิบชั้นดีในการนำความคิดสร้างสรรค์ การออกแบบ และนวัตกรรม มาประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มมูลค่าและขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของจังหวัดอย่างเป็นรูปธรรม

นายศรีชัย วีระนรพานิช นายกเทศมนตรีเมืองชุมพร กล่าวถึงวิสัยทัศน์ในการร่วมจัดตั้ง TCDC ชุมพร ว่าเทศบาลเมืองชุมพรมุ่งมั่นสร้าง “โครงสร้างพื้นฐานทางความคิดสร้างสรรค์” ที่เชื่อมโยงคน ภูมิปัญญาท้องถิ่น และธุรกิจเข้าด้วยกัน โดยมุ่งหวังให้ศูนย์แห่งนี้เป็นพื้นที่เรียนรู้และทดลองลงมือทำ เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนและผู้ประกอบการนำความคิดสร้างสรรค์ไปต่อยอดเป็นอาชีพและธุรกิจที่เกิดขึ้นได้จริง

เป้าหมายสำคัญคือการนำอัตลักษณ์ของชุมพรมาผสานกับการออกแบบและนวัตกรรม ยกระดับสู่สินค้าพรีเมียมที่สร้างมูลค่าเพิ่ม พร้อมขับเคลื่อนการท่องเที่ยว เพื่อเปลี่ยนชุมพรจาก “เมืองทางผ่าน” สู่จุดหมายปลายทางทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน

อีกหนึ่งหน่วยงานที่ร่วมจัดตั้ง TCDC ชุมพร ร่วมกับ CEA และเทศบาลเมืองชุมพร คือสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) โดย สจล. มองว่า TCDC ชุมพร จะเป็น “โครงสร้างพื้นฐานทางความคิดสร้างสรรค์” ที่เชื่อมโยงภูมิปัญญา ผู้คน และนวัตกรรมเข้าด้วยกัน

รศ.ดร. คมสัน มาลีสี อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวว่า สถาบันฯ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเทศกาลงานสร้างสรรค์ของจังหวัดชุมพรเสมอมา เพื่อค้นหาและรวบรวมเหล่านักสร้างสรรค์ในพื้นที่ อันนำไปสู่การดึงจุดแข็งอย่างผลผลิตทางการเกษตรมาต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่มที่สูงขึ้น ผ่านกระบวนการคิดและงานออกแบบเชิงสร้างสรรค์

ศูนย์แห่งนี้จะทำหน้าที่บ่มเพาะเยาวชน ผู้ประกอบการ และนักสร้างสรรค์ท้องถิ่น โดยดึงอัตลักษณ์ ทุนวัฒนธรรม และจุดแข็งด้านเกษตรกรรมของชุมพร มาต่อยอดผ่านงานออกแบบและเทคโนโลยี เพื่อสร้างมูลค่าใหม่ให้แก่สินค้าและบริการ ผลักดันชุมพรสู่จุดหมายปลายทางของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในพื้นที่ภาคใต้ตอนบนอย่างยั่งยืน

📍 พื้นที่จัดตั้ง TCDC ชุมพร
อาคารหอประชุม ศูนย์แสดงสินค้า OTOP เทศบาลเมืองชุมพร ถนนปรมินทรมรรคา ตำบลท่าตะเภา อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร

(2) TCDC นครศรีธรรมราช
โดยความร่วมมือระหว่าง CEA x เทศบาลนครนครศรีธรรมราช

จังหวัดนครศรีธรรมราช ดินแดนที่ขึ้นชื่อว่าเป็น “เมืองมรดกอารยธรรมที่มีชีวิต” (Living Heritage City) อันอุดมไปด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนาน ธรรมชาติที่สมบูรณ์ และวิถีชีวิตชุมชนที่เข้มแข็ง เสน่ห์ของนครศรีธรรมราชคือการหลอมรวมความหลากหลายทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้าด้วยกันอย่างลงตัว เป็นเมืองที่ยังคงไว้ซึ่งลมหายใจของอารยธรรมดั้งเดิมและเปิดกว้างต่อการพัฒนาในทุกยุคสมัย

จังหวัดมีความโดดเด่นทั้งด้านงานฝีมือและหัตถกรรมชั้นสูง อย่างเครื่องถมนคร ผ้ายกเมืองนคร การจักสานย่านลิเภา พัดใบกะพ้อ และศิลปะการแกะสลักตัวหนังตะลุง ควบคู่กับเอกลักษณ์ของอาหารไทยรสจัดจ้าน ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นทรงคุณค่า ตลอดจนการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและธรรมชาติ ซึ่งล้วนเป็นสินทรัพย์สำคัญที่พร้อมนำมาประยุกต์ใช้ร่วมกับความคิดสร้างสรรค์ การออกแบบ และนวัตกรรม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของจังหวัดให้เติบโตอย่างยั่งยืน

นายกณพ เกตุชาติ นายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช กล่าวถึงวิสัยทัศน์ในการต่อยอดทุนวัฒนธรรมสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ว่า นครศรีธรรมราชมีพร้อมทั้งภูมิปัญญา ประวัติศาสตร์ หัตถกรรม และอาหารที่หลากหลาย การจัดตั้ง TCDC นครศรีธรรมราช จึงเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างพื้นที่กลางเพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้ภายนอกเข้ากับศักยภาพของคนในพื้นที่ พร้อมเปิดโอกาสให้ทุกคนได้เข้าถึงเครื่องมือและการออกแบบอย่างเท่าเทียม

เป้าหมายสำคัญคือการเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ให้กลายเป็นพลังร่วมของคนทั้งเมือง โดยนำนวัตกรรมและการออกแบบมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้า บริการ และการท่องเที่ยว เพื่อยกระดับนครศรีธรรมราชสู่การเป็นเมืองสร้างสรรค์ที่เติบโตทางเศรษฐกิจอย่างแข็งแกร่งบนรากฐานอันทรงคุณค่าของท้องถิ่น

📍 พื้นที่จัดตั้ง TCDC นครศรีธรรมราช
อาคารเรือนจำเก่า ถนนราชดำเนิน ชุมชนลูกแม่อ่างทอง ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช 

(3) TCDC ยะลา
โดยความร่วมมือระหว่าง CEA x เทศบาลนครยะลา

จังหวัดยะลา เมืองใต้สุดของประเทศไทยที่รุ่มรวยอัตลักษณ์พหุวัฒนธรรมอันเงียบสงบและงดงาม ผังเมืองที่เป็นระเบียบทำให้ยะลาได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 5 เมืองที่น่าอยู่ที่สุดในประเทศไทยโดยองค์การอนามัยโลก รวมถึงได้รับรางวัลเมืองแห่งสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ยะลาเดินหน้าพัฒนาเมืองผ่านแนวคิดการเรียนรู้ที่ไร้ขีดจำกัดสำหรับคนทุกวัย ควบคู่กับการดูแลคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างสังคมที่เข้มแข็ง ยั่งยืน และเป็นสุข

เมืองแห่งนี้นำเสนอทุนทางวัฒนธรรมที่สะท้อนเสน่ห์ของชุมชนมลายู จีน และไทย ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมแฟชั่นผ้าท้องถิ่นอย่าง “ปากายัน มลายู” ที่นำภูมิปัญญาผ้าพื้นเมืองและผ้าบาติกมาต่อยอดจนเป็นที่รู้จักและโดดเด่นบนเวทีแฟชั่นระดับโลก ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ตลอดจนความหลากหลายของวัฒนธรรมอาหารและเทศกาลประเพณีท้องถิ่น สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสินทรัพย์ทรงคุณค่าที่พร้อมนำมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพื่อสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้แก่คนในพื้นที่

นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา กล่าวว่าเทศบาลนครยะลามีนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์บนฐานวัฒนธรรม โดยนำทุนทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์พหุวัฒนธรรมของพื้นที่ ทั้งวิถีชีวิต ศิลปะ อาหาร ผ้าท้องถิ่น แฟชั่นมลายู ประเพณี และภูมิปัญญาชุมชน มาต่อยอดด้วยการออกแบบ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อเพิ่มคุณค่าและมูลค่าทางเศรษฐกิจ สร้างอาชีพและรายได้ให้แก่ประชาชน เยาวชน ศิลปิน และผู้ประกอบการในพื้นที่ 

การจัดตั้ง TCDC ยะลา จะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยเปิดพื้นที่แห่งโอกาส เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ ส่งเสริมการเรียนรู้ รวมทั้งยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการ และนักสร้างสรรค์รุ่นใหม่ในพื้นที่ชายแดนใต้ การนำความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และการออกแบบ มาประยุกต์ใช้กับทุนทางวัฒนธรรมดั้งเดิม จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้แก่ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น พร้อมผลักดันให้อัตลักษณ์มลายูและมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของยะลา ก้าวสู่ตลาดระดับประเทศและสากลได้อย่างเต็มภาคภูมิ

📍 พื้นที่จัดตั้ง TCDC ยะลา
อาคารเทศบาลเมืองยะลา พ.ศ. 2500
ถนนระนอง ตำบลสะเตง อำเภอเมือง จังหวัดยะลา

(4) TCDC ร้อยเอ็ด
โดยความร่วมมือระหว่าง CEA x องค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด

จังหวัดร้อยเอ็ด ดินแดน “อู่ข้าว อู่น้ำ” แหล่งปลูกข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ของประเทศไทยที่รุ่มรวยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และแลนด์มาร์กสำคัญ อย่างบึงพลาญชัย หอโหวด 101 ซึ่งโดดเด่นตระหง่านอยู่ใจกลางเมือง ตลอดจนสถาปัตยกรรมแห่งศรัทธาอย่างหลวงพ่อใหญ่ วัดบูรพาภิราม เมืองแห่งนี้รักษารากเหง้าที่เปี่ยมเสน่ห์และพร้อมเติบโตไปตามยุคสมัย

ร้อยเอ็ดมีพร้อมทั้งทุนทางวัฒนธรรมและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่โดดเด่น ทั้งงานฝีมือ หัตถกรรมอย่างผ้าไหมลายสาเกต ผ้าเอกลักษณ์ประจำจังหวัดที่ถักทอมัดหมี่ 5 ลายพื้นบ้านเข้าด้วยกัน ภูมิปัญญาดนตรีพื้นบ้านอย่างโหวด เครื่องดนตรีเป่าที่ได้รับการพัฒนาให้มีมาตรฐานและต่อยอดเป็นสัญลักษณ์ของเมือง ตลอดจนงานทัศนศิลป์ Street Art และวัฒนธรรมอาหารจากวัตถุดิบเกษตร ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสินทรัพย์ทรงคุณค่าที่พร้อมนำความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และการออกแบบมาประยุกต์ใช้ เพื่อยกระดับสินค้า บริการ และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ให้แก่จังหวัดต่อไป

นางชนิดา เพชรโรจน์ รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด รักษาราชการแทนปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด ปฏิบัติหน้าที่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวถึงการจัดตั้ง TCDC ร้อยเอ็ด ว่าเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกศักยภาพเมือง จาก “อู่ข้าว อู่น้ำ” ให้กลายเป็น “อู่แห่งแรงบันดาลใจ” ผ่านการยกระดับเกษตรกรรมดั้งเดิมสู่การเพิ่มมูลค่าด้วยนวัตกรรมและการออกแบบ เพื่อผลักดันร้อยเอ็ดสู่เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร (Creative City of Gastronomy) ในระดับสากล

ความตั้งใจสำคัญคือการสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมโยงเกษตรกร ผู้ประกอบการ เชฟ และนักสร้างสรรค์เข้าด้วยกัน เพื่อร่วมกันพัฒนามรดกทางอาหารและสินค้าท้องถิ่นให้ร่วมสมัย สิ่งนี้จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจระดับจังหวัด ดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้กลับพัฒนาบ้านเกิด และขับเคลื่อนชุมชนอย่างยั่งยืน

📍 พื้นที่จัดตั้ง TCDC ร้อยเอ็ดอาคารศูนย์แสดงและจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ถนนเปรมประชาราษฎร์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด

(5) TCDC สกลนคร
โดยความร่วมมือระหว่าง CEA x เทศบาลนครสกลนคร

จังหวัดสกลนคร ดินแดนแห่งแอ่งสกลนครริมฝั่งหนองหาร ที่รุ่มรวยอารยธรรมพุทธศาสนาและประเพณีดั้งเดิมอันสงบงดงาม เมืองแห่งนี้ผสานความหลากหลายทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาชนเผ่าเข้ากับวิถีชีวิตธรรมชาติอย่างกลมกลืน จนกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่อบอุ่นและมีเสน่ห์ดึงดูดใจผู้มาเยือนเสมอมา

ความอุดมสมบูรณ์ทางวัฒนธรรมและทรัพยากรของสกลนคร สะท้อนผ่านสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) คุณภาพระดับสากล ไม่ว่าจะเป็นผ้าย้อมครามธรรมชาติ เนื้อโคขุนโพนยางคำ ข้าวฮาง น้ำเม่า ตลอดจนงานหัตถกรรมพื้นถิ่น สินทรัพย์เหล่านี้คือวัตถุดิบชั้นเลิศในการนำความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม การออกแบบ และแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน มาต่อยอดเพื่อยกระดับมูลค่าสินค้าและบริการอย่างยั่งยืน

นายโกมุท ทีฆธนานนท์ นายกเทศมนตรีนครสกลนคร เผยความพร้อมในการขับเคลื่อน TCDC สกลนคร ให้เป็น “พื้นที่แห่งโอกาสและการบ่มเพาะสร้างสรรค์” โดยมุ่งเน้นการนำอัตลักษณ์ท้องถิ่นมาผสานเข้ากับนวัตกรรม ทั้งการต่อยอดผ้าย้อมครามธรรมชาติ งานหัตถกรรม ตลอดจนอาหารสร้างสรรค์และเกษตรปลอดภัยที่เป็นสินค้า GI ขึ้นชื่อ เพื่อยกระดับมูลค่าสินค้าและบริการของจังหวัดสู่ระดับประเทศและสากลต่อไป

📍 พื้นที่จัดตั้ง TCDC สกลนคร
อาคารสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดสกลนคร แห่งที่ 1 ถนนรัฐพัฒนา ตำบลธาตุเชิงชุม อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร

เปลี่ยน “ต้นทุนท้องถิ่น” ให้กลายเป็น “โอกาสระดับสากล”

การผนึกกำลังระหว่าง CEA และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง 5 จังหวัดในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการชุบชีวิตอาคารสถาปัตยกรรมเดิมให้กลับมาเป็นพื้นที่สร้างสรรค์อันมีชีวาอีกครั้ง แต่ยังเป็นการสร้างให้ความคิดสร้างสรรค์ กลายเป็นกลไกขับเคลื่อนที่สำคัญในการเปลี่ยนสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาพื้นถิ่นให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่

มุมมองและวิสัยทัศน์ของผู้แทนจากชุมพร นครศรีธรรมราช ยะลา ร้อยเอ็ด และสกลนคร สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ทั้ง 5 จังหวัดมีความพร้อมอย่างเต็มที่ทั้งในด้านสินทรัพย์ทางวัฒนธรรม พลังของคนรุ่นใหม่ และศักยภาพของธุรกิจสร้างสรรค์ในพื้นที่ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบแห่งใหม่ (New TCDC) ทั้ง 5 แห่งนี้ พร้อมแล้วที่จะก้าวเข้ามาทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการบ่มเพาะศักยภาพของคนรุ่นใหม่ เปิดพื้นที่การเรียนรู้ร่วมกัน และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน ศูนย์แห่งนี้ พร้อมที่จะร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการผลักดันความคิดสร้างสรรค์จากเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างเข้มแข็ง ยั่งยืน และก้าวไกลสู่ระดับสากลต่อไป
 

Posted in news on ต.ค. 15, 2026