News Update

30.06.2569

Marshall Livehouse จับมือ CEA เปิดตัวโครงการ “The Echo of Thai Sound” ยกระดับระบบนิเวศดนตรีไทยจากต้นน้ำถึงปลายน้ำ ผลักดันศิลปินดาวรุ่งสู่เวทีระดับโลก

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ในฐานะหน่วยงานหลักที่มีภารกิจส่งเสริม สนับสนุน และเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศไทย เดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ สาขาดนตรีอย่างเป็นรูปธรรม ประกาศร่วมเป็นพันธมิตรหลักจัดกิจกรรมกับ Marshall Livehouse พื้นที่ทางวัฒนธรรมและดนตรีชั้นนำในย่านเจริญกรุง โดยแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ “The Echo of Thai Sound” เพื่อบ่มเพาะ ยกระดับทักษะ และสร้าง Launchpad ที่แข็งแกร่ง ในการส่งออกศิลปินไทยรุ่นใหม่และผลงานดนตรีร่วมสมัย (Thai Sound) สู่ตลาดสากลอย่างยั่งยืน เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 ณ Marshall Livehouse ถนนเจริญกรุง บางรัก กรุงเทพฯ

ความร่วมมือในครั้งนี้เกิดขึ้นเพื่อสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ของวงการดนตรีไทยอย่างครบวงจร สอดรับกับแผนงานสาขาดนตรีของ CEA ที่มุ่งเน้นการบ่มเพาะทักษะความเป็นมืออาชีพ (Capacity Building) ผ่านโครงการ CEA Music Lab และโครงการ Music Exchange ที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงเครือข่ายและขยายโอกาสสู่ต่างประเทศ (Market Expansion) ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจ “Keep Live Music Alive” ของ Marshall ที่มุ่งสนับสนุนกลุ่มศิลปินหน้าใหม่ที่มีศักยภาพ (Emerging/Rising Star) และศิลปินอิสระจากชุมชนดนตรี (Grassroots Artists) ให้มีพื้นที่ในการแสดงผลงาน พัฒนาศักยภาพ และสร้างโอกาสให้เสียงของพวกเขาถูกได้ยินในระดับสากล

ดร. ชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “CEA มุ่งผลักดันให้ศิลปินและนักดนตรีของไทยก้าวสู่เวทีโลกอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมศิลปินไทยเข้ากับอุตสาหกรรมดนตรีระดับสากล เราเชื่อว่าพวกเขาจะเติบโตและแข่งขันในระดับโลกได้ โครงการนี้จึงไม่ใช่เพียงเวทีนำเสนอผลงานและการแสดงสดของศิลปิน แต่คือการที่ทุกภาคส่วนผนึกกำลังกันสร้าง Launchpad ที่แข็งแกร่ง เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมดนตรีของไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติและดังก้องไปไกลกว่าที่เคย” 

สำหรับโครงการ “The Echo of Thai Sound” นี้ CEA และ Marshall Livehouse ได้ร่วมกันจัดหลักสูตรการอบรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อเตรียมความพร้อมให้ศิลปินไทยที่ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการจำนวน 6 วงดนตรี ผ่าน 3 หัวข้อหลักที่ออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม ประกอบด้วย

1. หัวข้อ Strategic Growth for Artists บรรยายโดย คุณ RAFIQ RIDZWAN (Independence Artist/Music Marketing Consultant/Ex-Head of Marketing, Warner Music Thailand) 
หัวข้อที่มุ่งเน้นการวางกลยุทธ์สำหรับอาชีพศิลปิน ครอบคลุมการพัฒนาฐานผู้ฟัง การกำหนดจุดยืนทางการตลาด และการต่อยอดโอกาสในเส้นทางอาชีพ พร้อมเปิดโอกาสให้ศิลปินนำแผนงานหรือโปรเจ็กต์ของตนเองเข้ารับคำปรึกษาด้านการตลาดจากผู้เชี่ยวชาญโดยตรง

2. หัวข้อ Building Your Artist Ecosystem บรรยายโดย คุณปัณฑพล ประสารราชกิจ (โอม ปัณฑพล) หรือที่เรารู้จักกันในฐานะนักร้องนำอดีตวง COCKTAIL และปัจจุบันเป็นผู้บริหาร ครึ่งเก้า GROUP บริษัทบริหารจัดการศิลปิน และธุรกิจด้านอุตสาหกรรมดนตรี
หัวข้อนี้มีวัตถุประสงค์ในการวางรากฐานอาชีพศิลปินสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการกำหนดทิศทางแบรนด์ การบริหารจัดการทีม และการวางแผนทางการเงิน เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับโอกาสในอุตสาหกรรมดนตรีทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ

3. หัวข้อ Elevating Thai Sounds to Global Resonance บรรยายโดย คุณณัฐพล เสียงสุวรรณ (DJ Maftsai) ผู้ก่อตั้งค่าย ZudRangMa Records และวงดนตรีระดับโลก 
เวิร์กช็อปที่มุ่งเน้นการพัฒนาอัตลักษณ์ทางดนตรีพร้อมทำความเข้าใจเส้นทางสู่เวทีระดับสากล ตั้งแต่การสร้างสรรค์ผลงาน การสื่อสารกับผู้ฟังต่างวัฒนธรรม การเตรียมความพร้อมด้านการแสดงสด และการทัวร์ในบริบทของอุตสาหกรรมดนตรีนานาชาติ

ทั้งนี้ เรื่องราวการดำเนินงานของโครงการ จะถูกบอกเล่าผ่านตัวตนและเสน่ห์ดนตรีที่หลากหลายของศิลปินไทยทั้ง 6 วง ได้แก่ OFFICE SYNDROME (Indie/Alternative/Punk Rock), THE HYMMAPAN ELECTRON (Isan Cyber), NIXSA JINGLE (Thai Spiritual/Soul Jazz/Ambient), FORD TRIO (Neo Thai Funk), FORDECISION (Hardcore Punk) และ RATTANAKOSIN BREAKIN CREW (Contemporary Instrumental/Funk) โดยศิลปินทั้งหมดจะพัฒนาผลงานและเข้าร่วมกิจกรรม Showcase รอบตัดสิน ณ Marshall Livehouse เพื่อค้นหาตัวแทนในการเดินทางสู่สหราชอาณาจักรในเดือนกรกฎาคม - กันยายน 2569 เพื่อศึกษาดูงานและบันทึกเสียงที่สตูดิโอระดับโลก Marshall Studio รวมทั้งเปิดการแสดงดนตรีสดครั้งประวัติศาสตร์ ณ กรุงลอนดอน ในเดือนกันยายน 2569 

โครงการ “The Echo of Thai Sound” ยังได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรผู้สนับสนุน อย่างบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TG ที่เข้ามาร่วมขับเคลื่อนเสน่ห์ซอฟต์พาวเวอร์ของไทย ผ่านการมอบสิทธิประโยชน์การเดินทางของศิลปิน พร้อมนำผลงานดนตรีในโครงการไปเผยแพร่ผ่านช่องทางความบันเทิงบนเที่ยวบิน (In-Flight Entertainment) และห้องรับรองพิเศษ (Lounge Area) เพื่อมอบประสบการณ์ผ่านประสาทสัมผัสแก่ผู้โดยสารทั่วโลก โดย CEA ได้สนับสนุนช่องทางการประชาสัมพันธ์เพื่อสนับสนุนศักยภาพนักสร้างสรรค์ดนตรีไทยสู่สายตาชาวโลกอย่างครบวงจร ติดตามความเคลื่อนไหวและซีรีส์ Vlogumentary บันทึกการเดินทางของศิลปินได้ทางแพลตฟอร์มอย่างเป็นทางการของ CEA และ Marshall Livehouse

 

Posted in news on มิ.ย. 30, 2026