News Update

14.05.2569

นภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตรวจเยี่ยม CEA ชื่นชมผลงานดัน GDP เศรษฐกิจสร้างสรรค์โตสวนกระแส มอบนโยบายเน้นขยายผล “ปลายน้ำ” ผสาน AI สู่ตลาดสากล

14 พฤษภาคม 2569 - สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ให้การต้อนรับ นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และกำกับดูแลสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) ในโอกาสเข้ามอบนโยบายด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และเยี่ยมชมศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ กรุงเทพฯ (TCDC กรุงเทพฯ) โดยมีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ นำโดย คุณกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.วรรณชัย บุญบำรุง คุณพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ดร.ธนพล ภู่พันธ์ศรี พร้อมด้วยที่ปรึกษาคณะกรรมการ ดร.อรรชกา สีบุญเรือง และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุรพงษ์ เลิศสิทธิชัย และ ดร.ชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และผู้บริหารให้การต้อนรับ พร้อมร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ ภายใต้เป้าหมายการยกระดับประเทศไทยสู่ “Creative Nation” หรือ “ชาติแห่งเศรษฐกิจสร้างสรรค์”

ในการมอบนโยบายครั้งนี้ นายนภินทร ศรีสรรพางค์ ได้เน้นย้ำถึงบทบาทของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในฐานะ “เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่” ที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งความผันผวนด้านภูมิรัฐศาสตร์ การแข่งขันทางการค้า และการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัล โดยมองว่า “ความคิดสร้างสรรค์ ทุนทางวัฒนธรรม สินทรัพย์ท้องถิ่น” คือทรัพยากรสำคัญที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับประเทศได้อย่างยั่งยืน พร้อมสนับสนุนการทำงานของ CEA ในการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตของผู้ประกอบการสร้างสรรค์ไทย ทั้งในระดับชุมชน เมือง และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ระดับประเทศ

นายนภินทร ศรีสรรพางค์ กล่าวว่า “สิ่งที่น่าประทับใจที่สุดคือศักยภาพของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (Creative Economy) ที่เติบโตอย่างโดดเด่นสวนกระแสเศรษฐกิจภาพรวม โดยสามารถสร้างสัดส่วนของผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ (GDP) ได้สูงถึง 8.78% สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพการดำเนินงานของ CEA ที่สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ภายใต้ข้อจำกัดด้านงบประมาณและบุคลากร ซึ่งผมพร้อมที่จะสนับสนุนและผลักดันในทุกมิติ เพื่อให้เศรษฐกิจสร้างสรรค์เป็นรากฐานที่แข็งแกร่งและยั่งยืนของประเทศต่อไป”

นอกจากนี้ ท่านรัฐมนตรีได้ให้ข้อเสนอแนะเชิงยุทธศาสตร์เพื่อให้ CEA นำไปต่อยอดการทำงานในอนาคต ได้แก่

  • รุกการตลาด “ปลายน้ำ”: CEA มีบทบาทสำคัญในฐานะ “ต้นน้ำ” ของการวางรากฐานด้านความคิดสร้างสรรค์และการพัฒนาคนรุ่นใหม่ ขณะเดียวกันจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับ “ปลายน้ำ” มากยิ่งขึ้น ทั้งการวางแผนตลาด การสร้างโอกาสทางการค้า และการผลักดันการส่งออกสินค้าและบริการสร้างสรรค์สู่ตลาดต่างประเทศ โดยภาคเอกชนจะมีบทบาทสำคัญในการร่วมขยายผลและต่อยอดอย่างครบวงจร
  • ยกระดับมูลค่า (Value Creation) และความยั่งยืน: นำเทรนด์โลกมาปรับใช้ เช่น การยกระดับอาหารพื้นถิ่นสู่ Fine Dining ที่เน้นความสะอาด ปลอดภัย และมีมาตรฐาน รวมถึงการพัฒนาสินค้าและบริการให้สอดคล้องกับกติกาโลกด้านความยั่งยืนและการลดคาร์บอน
  • บูรณาการงบประมาณเพื่อผู้ประกอบการ: การทำงานแบบบูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เพื่อผลักดันให้เศรษฐกิจสร้างสรรค์เป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ท่ามกลางสถานการณ์ที่ธุรกิจ SMEs ของประเทศโดยรวมมีสัดส่วนต่อ GDP ลดลง ขณะที่ผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์กลับมีการเติบโตสวนทาง ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ให้กับประเทศ
  • ติดอาวุธ AI: มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาผสมผสานกับทุนทางวัฒนธรรมของไทย เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม

ทั้งนี้ ดร.ชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ได้ชี้แจงการดำเนินโครงการของ CEA ในปี 2569 ซึ่งสะท้อนทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการผลักดันอุตสาหกรรมสร้างสรรค์เป้าหมาย ได้แก่ คอนเทนต์ ดนตรี โฆษณา สถาปัตยกรรม และการออกแบบ ให้เป็นฐานรายได้ใหม่ของประเทศ พร้อมเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านความคิดสร้างสรรค์และทักษะใหม่รองรับเศรษฐกิจยุคใหม่ ดังนี้

  • การยกระดับบทบาทของศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) สู่ “New TCDC” ใน 20 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อกระจายองค์ความรู้ ทักษะ และโอกาสทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์สู่ภูมิภาค 
  • การพัฒนา “แบรนด์เมือง” ผ่านโครงการ “เนรมิต” (Neramyth - Creative City & Place Branding) ที่มุ่งสร้างอัตลักษณ์และจุดขายใหม่ให้เมืองสร้างสรรค์ทั่วประเทศ 
  • การสนับสนุนผู้จัดเทศกาลท้องถิ่นผ่านโครงการ “Festival Creator 2026” และ “Local Festival” เพื่อพัฒนาเทศกาลให้เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในระดับพื้นที่อย่างยั่งยืน

ในด้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ระดับสากล CEA ดำเนินโครงการ “Music Exchange 2026” เพื่อผลักดันศิลปินไทยสู่ตลาดต่างประเทศ และการจัดงาน “Bangkok International Content Market 2026” หรือ BICM2026 ซึ่งจะเป็นตลาดซื้อขายคอนเทนต์ระดับนานาชาติแห่งแรกของไทย ที่ดันเรื่องเล่าไทยบทเวทีโลก พร้อมทั้งเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการไทยสามารถแข่งขันได้ในระดับนานาชาติ และ “Thailand Creative House” ส่งออกสินค้าและบริการสร้างสรรค์ไทยในตลาดต่างประเทศ

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ได้รับนโยบายและมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง เพื่อพัฒนา Creative Economy ของไทยให้เป็นรากฐานที่แข็งแกร่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน
 

Posted in news on พ.ค. 14, 2026