ยุคใหม่นักดื่ม ตลาด Non-Alcohol ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สุขภาพ
พฤติกรรมผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ ไม่จำกัดแค่การทานอาหารคลีนหรือออกกำลังกาย แต่ยังรวมถึงพฤติกรรมการดื่ม โดยเฉพาะการเลือกเครื่องดื่มที่ไม่ผสมแอลกอฮอล์ (Non-Alcoholic Drink) ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วทั่วโลก ไม่ว่าจะในงานสังสรรค์ ปาร์ตี้ หรือการเฉลิมฉลอง เครื่องดื่ม เช่น เบียร์ ไวน์ และเหล้าประเภทต่าง ๆ ที่ไร้แอลกอฮอล์ เริ่มกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่
ไม่ว่าจะฉลองปีใหม่ วันครบรอบ หรือค่ำคืนสุดพิเศษ ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพก็ยังดริงก์ได้แบบไม่ทำร้ายสุขภาพด้วยเครื่องดื่มโนแอลกอฮอล์ เทรนด์การดื่มที่กำลังมาแรง
Photo Credit: https://www.reviewed.com/cooking/features/best-alcohol-free-champagne-and-sparkling-wine
ตลาดเครื่องดื่ม Non-Alcoholic กำลังโต รายงานของหลายสำนักวิจัยเผยว่าตลาดนี้มีมูลค่ามหาศาล และคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องไปจนถึงปี 2032 โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากกลุ่มเจนซีและมิลเลนเนียล ที่มองหาเครื่องดื่มที่ตอบโจทย์ทั้งรสชาติและสุขภาพในเวลาเดียวกัน
- เอเชียแปซิฟิกครองส่วนแบ่งตลาดที่ใหญ่ที่สุดในปี 2024 สะท้อนถึงศักยภาพการเติบโตมหาศาล ขณะที่อเมริกาเหนือยังคงเป็นผู้นำด้านมูลค่าและการบริโภครวม โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องดื่มประเภทเบียร์ ไวน์ และเหล้าแบบไม่ผสมแอลกอฮอล์ (Non-Alcoholic Beer, Wine, and Spirits) ซึ่งมีมูลค่าตลาดทั่วโลกสูงถึง 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- เบียร์ไร้แอลกอฮอล์เป็นกลุ่มที่เติบโตมากที่สุดในตลาดนี้ ผู้ผลิตเบียร์ยักษ์ใหญ่ต่างให้ความสำคัญกับตลาดนี้อย่างจริงจัง เช่น AB InBev ที่ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีแอลกอฮอล์และมีแอลกอฮอล์ต่ำ เป็น 20% ของพอร์ตการลงทุนทั่วโลกภายในปี 2025 และ Carlsberg ผู้ผลิตเบียร์จากเดนมาร์ก ที่ตั้งเป้าให้ได้ 35% ภายในปี 2030
AB InBev เปิดตัว Corona Cero เบียร์ไร้แอลกอฮอล์สูตรใหม่ครั้งใหญ่ที่สุดของแบรนด์ในปี 2022 โดยครอบคลุม 10 ประเทศในยุโรป เบียร์นี้ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ 100% ตอกย้ำเป้าหมาย Smart Drinking ของบริษัท
Photo Credit: https://ab-inbev.eu/news/ab-inbev-launches-new-non-alcoholic-beer-corona-cero-across-europe-in-coronas-biggest-cross-market-launch-to-date
- ตลาดไวน์ไร้แอลกอฮอล์ มีมูลค่าอยู่ที่ 2.26 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเฉพาะไวน์สปาร์กลิงไม่มีแอลกอฮอล์ (Sparkling Non-Alcoholic Wines) ด้วยเทคโนโลยี Dealcoholization ซึ่งช่วยรักษาความซับซ้อนของรสชาติในไวน์ไร้แอลกอฮอล์ได้ดี
- ในเอเชีย การพัฒนาเครื่องดื่ม Non-Alcoholic ไม่ได้เป็นแค่เรื่องธุรกิจ แต่ยังเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมดั้งเดิมและเชื่อมโยงกับเทรนด์สุขภาพยุคใหม่ ในเกาหลีใต้ ‘โซจู’ และ ‘มักกอลลี’ สุราพื้นบ้านยอดนิยม ได้ถูกพัฒนาเป็นเวอร์ชันไร้แอลกอฮอล์เพื่อตอบสนองผู้บริโภคที่ต้องการรสชาติแบบดั้งเดิมโดยไม่กระทบต่อสุขภาพ ญี่ปุ่นเองก็ออก ‘สาเก’ และ ‘อะวาโมริ’ ที่พัฒนาเป็นเวอร์ชันไร้แอลกอฮอล์ด้วยเช่นกัน การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์และคุณค่าทางวัฒนธรรมนี้ ช่วยสร้างความแตกต่างในตลาดและดึงดูดผู้บริโภคที่มองหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ได้อย่างดี
ดริงก์สายเข้ม จิน วิสกี้ เตกีลา รัม ดื่มจัดเต็ม สัมผัสรสชาติสดชื่น กลมกล่อม เพลิดเพลินได้ทุกโอกาส แบบไร้กังวลเรื่องแอลกอฮอล์
Photo Credit: https://boisson.co/blogs/mixed-drinks/best-non-alcoholic-sake-for-sake-mojito?srsltid=AfmBOoq7zR8LK7G-xhpYv8jQdJIe-W4UNM6b9n8moFEG7w4OAkEXu_WZ
ในมาเลเซีย มีการเปิดตัวเครื่องดื่มสปาร์กลิงไร้แอลกอฮอล์จากเกาหลีใต้ ที่มอบความสดชื่นซาบซ่าให้นักดื่มด้วยรสผลไม้ยอดนิยม 5 รส ได้แก่ มะม่วง, พีช, แอปเปิลเขียว, องุ่น และสตรอว์เบอร์รี
Photo Credit: https://soyou.my
ประเทศไทยมีโอกาสทางธุรกิจในตลาด Non-Alcoholic หลายมิติ แม้ว่าตลาดนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่สัญญาณการเติบโตเริ่มชัด โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพฯ ภูเก็ต และเชียงใหม่ ที่มีผู้บริโภคเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ ข้อมูลจากภูมิภาคเอเชียที่เติบโตเร็วยืนยันว่าตลาดในประเทศไทยมีศักยภาพตามแนวโน้มโลก
กลยุทธ์ที่เป็นไปได้อาจเริ่มต้นจากการนำเสนอเครื่องดื่ม Non-Alcoholic ในร้านอาหาร คาเฟ่ และบาร์ต่าง ๆ โดยเพิ่ม Mocktails หรือค็อกเทลไร้แอลกอฮอล์ในเมนู เพื่อขยายฐานลูกค้าและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สุขภาพ นอกจากนี้ ผู้ประกอบการท้องถิ่นสามารถพัฒนาเครื่องดื่มที่มีเอกลักษณ์ได้ โดยใช้สมุนไพรและผลไม้ท้องถิ่น และม็อกเทลสูตรพิเศษ (Crafted Mocktails) ที่ใช้เทคนิค Fermentation หรือการดึงรสชาติจากสมุนไพรและเครื่องเทศไทย
ตลาดเครื่องดื่ม Non-Alcoholic จึงไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคที่มุ่งเน้นสุขภาพ ซึ่งเปิดโอกาสทางธุรกิจสำหรับผู้ผลิตทั้งรายใหญ่และรายย่อยในไทย การสร้างผลิตภัณฑ์คุณภาพและการทำการตลาดที่ตรงกลุ่ม จะผลักดันให้ตลาดนี้เติบโตได้อย่างดี