Research & Report

Loneliness Influencer: ทางสองแพร่งของความโดดเดี่ยว เมื่อโซเชียลเปลี่ยนความเหงาให้เป็นสุนทรียะ

“การแสดงให้ผู้คนเห็นสิ่งที่คุณมี เพื่อให้พวกเขาอยากได้ตาม” อาจเป็นนิยามของอินฟลูเอนเซอร์ที่เราคุ้นเคยกันในปัจจุบัน ความอยากได้อยากมีเหล่านี้มักผูกติดอยู่กับสินค้าประเภทกระเป๋าแบรนด์เนม ทริปท่องเที่ยวสุดพิเศษ หรือประสบการณ์การลิ้มรสร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ ซึ่งจะค่อย ๆ หล่อหลอมกลายมาเป็นภาพลักษณ์และแบรนด์ส่วนบุคคล แต่เมื่อนิยามความเป็นแบรนด์มีความยืดหยุ่นมากขึ้น สิ่งที่เหล่าอินฟลูเอนเซอร์ครอบครองและผู้คนต่างใฝ่ฝันจึงลามไปถึงตัวบุคคลและรูปแบบการใช้ชีวิต หนึ่งในนั้นคือวิถีชีวิตที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา นั่นคือ รูปแบบ “การใช้ชีวิตตัวคนเดียว” หรือที่ถูกเรียกกันในโลกอินเทอร์เน็ตว่า “Loneliness Influencer”

Photo Credit: https://unsplash.com/photos/woman-happily-vacuuming-living-room-while-listening-to-music--LT50X4lTHs

“โสด ไม่มีเพื่อน อยู่ตัวคนเดียว และจะไม่มีลูก นี่คือคืนวันศุกร์ของคุณ” คือหนึ่งในตัวอย่างชื่อคลิปของเหล่าอินฟลูเอนเซอร์สายโดดเดี่ยว วิดีโอเหล่านี้มักดำเนินไปด้วยภาพของหญิงสาวซึ่งนิยามตัวเองว่าเป็นคนอินโทรเวิร์ต อาศัยอยู่ในเมือง และเมื่อกลับมาถึงห้องพักหลังเลิกงานอันแสนเหน็ดเหนื่อยและยาวนาน เธอจะเดินเข้าห้อง ถอดรองเท้า จัดเตรียมอาหารมื้อค่ำอย่างเรียบง่าย แล้วทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาเพื่อดูสตรีมมิงเรื่องโปรดพร้อมแมวหนึ่งตัวบนตัก

ลานา ไอซา (Lana Isa) หนึ่งในผู้นำเทรนด์ความโดดเดี่ยวบนโลกอินเทอร์เน็ตกล่าวว่า “ฉันไม่เคยพยายามทำให้การไม่มีเพื่อนกลายเป็นเรื่องโรแมนติก ฉันแค่พยายามทำให้ช่วงชีวิตปัจจุบันที่กำลังเผชิญอยู่คุ้มค่าที่สุดเท่าที่จะทำได้” 

ลานาอาศัยอยู่ในโตรอนโต ชีวิต “โซโล่” ของเธอเป็นผลพวงมาจากการเลิกราครั้งใหญ่และแยกย้ายกันไปเติบโตจนมิตรภาพระหว่างเพื่อนค่อย ๆ เลือนหายไปตามระยะทางและกาลเวลา ถึงอย่างนั้น เธอกลับดูสงบสุขและยอมรับกับวิถีชีวิตที่โดดเดี่ยวของตนเองได้เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งสะท้อนได้จากคำพูดของเธอว่า “ข้อความเดียวที่ฉันได้รับคือจากแม่ พี่สาว และค่ายมือถือที่ส่งมาบอกว่าบิลค่าบริการออกแล้ว” แม้เมื่อมองจากภายนอกชีวิตของเธออาจดูไม่สนุกสนาน ทว่า เธอก็มักจะปิดท้ายคลิปของเธอด้วยข้อความเชิงบวกเสมอว่า “จงมีความสุขกับชีวิตของคุณ”  

ในสังคมเมืองที่เร่งรีบและบีบคั้น คงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ชีวิตของลานาจะได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจากโลกโซเชียล “วิดีโอตัวแรกสุดของฉันชื่อว่า ‘คุณโสด ไม่มีลูก อาศัยอยู่คนเดียว และเป็นคนอินโทรเวิร์ต มียอดวิวถึง 200,000 ครั้งบน TikTok ทั้ง ๆ ที่ในตอนนั้นฉันมีผู้ติดตามแค่ 1,000 คนเท่านั้นเอง” ลานากล่าว

Photo Credit: https://unsplash.com/photos/woman-in-white-button-up-shirt-and-blue-denim-jeans-sitting-on-gray-couch-yLue8579-tg

ทางสองแพร่งของความโดดเดี่ยว เมื่อถูกโซเชียลเปลี่ยนให้เป็นสุนทรียะ

มารีเกอ แอร์นสท์ (Mareike Ernst) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านการวิจัยจิตบำบัดเชิงจิตวิเคราะห์จาก University of Klagenfurt มีความรู้สึกที่หลากหลายเกี่ยวกับคอนเทนต์ลักษณะนี้

มารีเกอตั้งข้อสังเกตว่า คลิปเหล่านี้มักถ่ายทอดเรื่องราวของชีวิตผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ซึ่งอาจเชื่อมโยงกับความคาดหวังทางเพศสภาพที่สังคมมักตีกรอบให้ผู้หญิงต้องเป็นฝ่ายสร้างความสัมพันธ์และคอยดูแลอยู่เคียงข้างผู้อื่นอยู่เสมอ ดังนั้น กระแสสวนทางนี้จึงอาจถือเป็นรูปแบบหนึ่งของการปลดแอก

แต่ในอีกแง่หนึ่ง เมื่อแทรนด์ความโดดเดี่ยวถูกกระแสบนโลกออนไลน์เปลี่ยนมันให้กลายเป็น “สุนทรียะ” คนหนุ่มสาวที่อยู่ในสถานการณ์ชีวิตที่คล้ายคลึงกันอาจยึดถืออินฟลูเอนเซอร์แห่งความเหงาเหล่านี้เป็นไอดอลหรือต้นแบบ จนทำให้การใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการอยู่คนเดียวกลายเป็นเรื่องปกติมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายแสดงความกังวล

จากผลสำรวจที่จัดทำขึ้นในปี 2025 โดยสมาคมจิตวิทยาอเมริกัน (American Psychological Association) เผยว่า ผู้ใหญ่ในสหรัฐอเมริการาวครึ่งหนึ่งระบุว่าพวกเขารู้สึกโดดเดี่ยว “บ่อยครั้งหรือบางเวลา” สอดคล้องกับรายงานขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่ระบุว่า การขาดการเชื่อมโยงระหว่างมนุษย์ ไม่ว่าจะเกิดจากความรู้สึกเหงาหรือการโดดเดี่ยวทางสังคม สามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ หลอดเลือดสมอง ภาวะซึมเศร้า ความวิตกกังวล ภาวะสมองเสื่อม และการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร

และมากไปกว่านั้นคือประเด็นเรื่องความจริงใจของคอนเทนต์ลักษณะนี้ (ที่ปราศจากวัตถุประสงค์ซ่อนเร้น) ซึ่งเป็นเรื่องยากที่จะยืนยันได้จริงบนโซเชียลมีเดีย แนวคิดนี้จึงอาจถูกตั้งคำถามได้ได้ง่าย ดังที่นักเขียนท่านหนึ่งได้ตั้งข้อสังเกตว่า “คนเราจะเป็นอินโทรเวิร์ตได้มากแค่ไหนกันเชียว ในเมื่อตัวเองก็ยังทำคอนเทนต์เปิดเผยชีวิตส่วนตัวให้สาธารณชนเห็นอยู่ตลอดเวลา?”

อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของนักจิตบำบัด การเกิดขึ้นของกลุ่ม Loneliness Influencer ก็ถือเป็นเรื่องดีเช่นกัน เพราะการที่หญิงสาวกลุ่มนี้แสดงให้เห็นว่าการอยู่คนเดียว แม้กระทั่งในที่สาธารณะเป็นเรื่องปกติธรรมดา สามารถช่วยลดอคติและการตีตราจากสังคมได้ ทั้งยังเป็นขั้วตรงข้ามที่ช่วยรักษาสมดุลให้กับคอนเทนต์ของอินฟลูเอนเซอร์สายอื่น ๆ ที่มักนำเสนอภาพการเข้าสังคมที่สมบูรณ์แบบแทบจะตลอดเวลา

“ฉันไม่คิดว่าจะมีใครตื่นมาวันหนึ่งแล้วตัดสินใจว่าพวกเขาอยากไม่มีเพื่อนหรอก” ลานากล่าว เมื่อราเชล พิก (Rachel Pick) นักเขียนฟรีแลนซ์ถามลานาว่า เธอรู้สึกถึงความเป็นชุมชนในชีวิตของเธอบ้างไหม ลานาได้กล่าวถึงกลุ่มผู้ชมของเธอ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้เธอกล้าเปิดเผยตัวตนมากขึ้นว่า “การทำวิดีโอทำให้ผู้คนที่ใช้ชีวิตแบบเดียวกันเหล่านี้ปรากฏตัวขึ้น” เธอกล่าว “พวกเราเลือกที่จะอยู่คนเดียวแต่ไม่ได้รู้สึกเหงา โลกและโซเชียลมีเดียไม่เคยทำให้เรารู้สึกว่าเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องปกติมาก่อนเลยจริง ๆ” 

ปัจจุบันลานาเริ่มหันมาพูดคุยโดยตรงกับกล้องในวิดีโอของเธอมากขึ้น มีวิดีโอหนึ่งที่เธอใส่คำบรรยายว่า “ทำเป็นแกล้งว่าพวกคุณเป็นเพื่อนฉัน และพวกเรากำลังวิดีโอคอลหากันอยู่” เพียงอึดใจ เหล่าผู้ติดตามก็รีบเข้ามาคอมเมนต์ตอบกลับกับเธออย่างรวดเร็วว่า  “พวกเขาคือเพื่อนของเธอเอง”

ที่มา: บทความ “'Loneliness influencers': Being alone brings in the clicks” โดย Katharina Abel
บทความ “The Loneliness Influencers Inside the luxurious tedium of “I have no friends” TikTok.” โดย Rachel Pick
บทความ “Loneliness and isolation – the hidden threat to global health we can no longer ignore” โดย World Health Organization

เรื่อง: คณิศร สันติไชยกุล


TAGS: #Creative Economy Update