Research & Report

ช่องทางออนไลน์กับอุตสาหกรรมการพิมพ์ในสถานการณ์ COVID-19

อุตสาหกรรมการพิมพ์ถือเป็นธุรกิจที่สนับสนุนภาคธุรกิจอื่นๆ อีกหลายประเภท ซึ่งก่อนหน้านี้อุตสาหกรรมการพิมพ์ทั่วโลกก็อยู่ในภาวะที่ต้องปรับตัวกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปพอสมควร วิกฤติการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ COVID-19 จึงยิ่งสร้างผลกระทบกับอุตสาหกรรมและธุรกิจการพิมพ์ทั่วโลกมากขึ้นไปอีก

INTEGRAF หรือ the European federation for print and digital communication ซึ่งเป็นสหพันธ์ธุรกิจการพิมพ์และการสื่อสารดิจิตอลแห่งยุโรปได้เปิดเผยภาพรวมของผลกระทบของการระบาดของ COVID-19 ต่อธุรกิจการพิมพ์ในสหภาพยุโรปโดยระบุว่า อุตสาหกรรมการพิมพ์ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดในสหภาพยุโรป คือ อุตสาหกรรมการพิมพ์ที่เป็น supplier ให้กับธุรกิจด้านโฆษณา การจัดงานนิทรรศการ งานแสดงสินค้า รวมไปถึงการประชุมและการจัดอีเวนต์ต่าง ๆ ซึ่งภาคธุรกิจเหล่านั้นถูกระงับไว้ชั่วคราวแทบจะในทันที เช่นเดียวกับงานพิมพ์ด้านโบชัวร์สินค้าหรือใบปลิว 

อุตสาหกรรมการพิมพ์ในยุโรปมากกว่า 40% เป็นธุรกิจการพิมพ์ที่เกี่ยวเนื่องกับภาคธุรกิจการโฆษณา ทำให้ผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 ที่มีต่อลูกค้าของอุตสาหกรรมการพิมพ์ เช่น ร้านอาหาร โรงภาพยนตร์ คอนเสิร์ต พิพิธภัณฑ์ และกิจกรรมอื่น ๆ เป็นผลกระทบต่อรายได้ของภาคอุตสาหกรรมนี้อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ นอกจากนี้ INTERGRAF ยังระบุต่อว่าผลกระทบจาก COVID-19 ต่ออุตสาหกรรมการพิมพ์ในยุโรปนั้นนอกจากจะกระทบต่อรายได้ของภาคอุตสาหกรรมการพิมพ์แล้ว ยังส่งผลกระทบต่อการขาดแคลนปัจจัยการผลิตของอุตสาหกรรมการพิมพ์อีกด้วย เช่น สาร isopropanol (IPA) และ Synthetic ethyl alcohol ซึ่งเป็นสารเคมีที่มีความจำเป็นอย่างมากในอุตสาหกรรมการพิมพ์ที่อาจขาดตลาดเนื่องจากบริษัทด้านการพิมพ์ส่วนใหญ่จะสต็อกสารเหล่านี้ไว้เพียง 1-2 เดือนเท่านั้น 

ด้าน Heidelberg Graphic Equipment Ltd. ธุรกิจด้านการพิมพ์รายใหญ่ในยุโรปได้เปิดเผยรายงานผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 ต่ออุตสาหกรรมการพิมพ์ทั่วโลก โดยรวบรวมจากฐานลูกค้ากว่า 5,000 รายทั่วโลกของ Heidelberg Graphic Equipment Ltd. พบว่าในช่วงการระบาดของไวรัส COVID-19 ภาคอุตสาหกรรมการพิมพ์ในจีน มีรายได้และยอดขายลดลงมากกว่า 80% โดยเฉพาะด้านการพิมพ์เพื่อการโฆษณาจะได้รับผลกระทบมากเป็นพิเศษ

อย่างไรก็ตาม ในภาคอุตสาหกรรมการพิมพ์เพื่อแพ็คเกจสินค้ากลับไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เนื่องจากในช่วงการระบาดของ COVID-19 อุปสงค์ด้านความต้องการสินค้าจำพวกอาหาร และเวชภัณฑ์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แต่ทั้งนี้หากการระบาดของไวรัส COVID-19 ยังคงเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และรัฐบาลทั่วโลกยังคงมาตรการกักกันโรคด้วยการ Shutdown ประเทศหรือควบคุมการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่อไป อุตสาหกรรมการพิมพ์ก็จะได้รับผลกระทบมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นเดียวกับภาคธุรกิจอื่น ๆ

สำหรับประเทศไทยสภาพโดยรวมของอุตสาหกรรมการพิมพ์ก็ได้รับผลกระทบไม่แตกต่างกัน โดยเฉพาะภาคของโรงพิมพ์และหนังสือ ที่ได้รับผลกระทบและกลายเป็นช่วงขาลงของธุรกิจนี้มาตั้งแต่ก่อนการระบาดของ COVID-19 มาจนถึงปัจจุบัน ในส่วนของธุรกิจโรงพิมพ์และหนังสือ คุณวรงค์ หลูไพบูลย์ เจ้าของสำนักพิมพ์บทจร ได้ให้สัมภาษณ์ว่า 

“ธุรกิจสิ่งพิมพ์ในประเทศไทยนั้นมีปัญหามานานแล้ว ซึ่งมันมีกระแสมานานพอควรแล้วว่า e-book กำลังจะมาแทนสื่อสิ่งพิมพ์ หรือสื่อสิ่งพิมพ์กำลังจะหมดยุค ตอนนี้มันเริ่มจะกระจ่างแล้วว่าหนังสือมันมีหลายแบบมาก บางอย่างก็ไม่สามารถสู้ออนไลน์ได้ เช่น นิตยสาร หนังสือพิมพ์ ที่ไม่สามารถสู้ออนไลน์ได้ ด้วยข้อจำกัดด้านการพิมพ์ ที่ทำให้บางอย่างต้องล้มหายตายจากกันไป แต่หนังสือบางแบบโลกออนไลน์ก็อาจจะไม่สามารถทดแทนได้ เช่น หนังสือความรู้เชิงลึก ซึ่งส่วนตัวมองว่าหนังสือในปัจจุบันมันถูกกำหนดด้วย content ว่ามันจะอยู่รอดได้หรือไม่”

แต่แม้ว่าหนังสือบางกลุ่มจะยังอยู่ได้ด้วยคอนเทนต์แต่คุณวรงค์ก็ระบุว่าจำนวน ‘ผู้อ่าน’ นั้นลดลงเรื่อย ๆ เพราะมีกิจกรรมอื่นที่สามารถทดแทนการอ่านหนังสือได้ ไม่ว่าจะเป็น ทีวี ซีรีส์ออนไลน์ Netflix ต่าง ๆ ในส่วนของผลกระทบของการระบาดของ COVID-19 ต่อวงการหนังสือนั้น ก็มีความวิตกกังวลมาแทบจะทันที เพราะวงการหนังสือนั้นอยู่ในช่วงที่กำลังแย่จากภาวะรวมอยู่แล้วจากภาวะที่กล่าวไปในข้างต้น พอมาเจอกับวิกฤต COVID-19 ก็ยิ่งเจอปัญหาเข้าไปใหญ่ 

ในประเทศไทยวงการหนังสือภาคใหญ่ถูกกำหนดโดยเทศกาลหนังสือใหญ่ 2 ครั้งต่อปี ซึ่งแทบจะเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมของผู้ซื้อในไทย และเป็นงานเปิดตัวหนังสือใหม่ๆ ซึ่งพอมีปัญหา COVID-19 กิจกรรมเทศกาลหนังสือมันถูกระงับไปทันที ซึ่งสร้างผลกระทบเยอะมากในเชิงรายได้ เพราะงานเทศกาลหนังสือคืองานที่ขายหนังสือแล้วได้เงินทันที และขายได้ค่อนข้างเยอะ แตกต่างจากการขายส่งที่กว่าเงินจะเข้าสำนักพิมพ์ก็ประมาณ 4-6 เดือน ในขณะที่สำนักพิมพ์บางส่วนที่เข้าไปสู่การขายออนไลน์ที่สามารถขายได้พอสมควร 

คุณวรงค์ ระบุว่า อันที่จริงการขายหนังสือออนไลน์ เป็นการปรับพฤติกรรมในการบริโภคของผู้ซื้อหนังสือ เพราะก่อนหน้านี้งานเทศกาลหนังสือจะเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมการซื้อหนังสือของผู้บริโภค ทั้งๆ ที่ 1 ปีจัดกันแค่ 2 ครั้ง แต่คนก็ยังไปเดินเลือกซื้อหนังสือ โดยความเป็นจริงก็ยังมีช่องทางอื่นในการซื้อเช่นช่องทาง ออนไลน์ ราคาและส่วนลดก็ไม่ได้แตกต่างกัน แต่โดยปกติคนจะไปเดินซื้อมากกว่า และยอดขายจะดีที่สุดในวันสุดท้ายของการจัดงานเทศกาลหนังสือเพราะคิดว่าเป็นวันสุดท้าย แต่ในความเป็นจริงแม้งานจะจบไปแล้วคุณก็ยังสามารถสั่งซื้อผ่านช่องทางอื่นได้อยู่ดี

ดังนั้นส่วนตัวของคุณวรงค์จึงเน้นไปที่การขายออนไลน์พยายามจัดส่งสินค้าให้เร็วที่สุด โดยวิกฤต COVID-19 นั้นอาจจะทำให้ช่องทางนี้กลายเป็นทางเลือกและการปรับพฤติกรรมของผู้บริโภคไปในตัว ว่าคุณสามารถซื้อหนังสือได้ทั้งปีนะ ไม่ต้องรองานหนังสือ เราสามารถให้ส่วนลด จัดส่งหนังสือให้คุณถึงบ้านได้

อย่างไรก็ตามในเรื่องของมาตรการช่วยเหลือต่อวงการหนังสือจากภาครัฐในช่วงวิกฤต COVID-19 ยังไม่มีมาตรการที่ชัดเจนนัก อาจจะเป็นเพราะธุรกิจด้านนี้พึ่งพาตัวเองมาโดยตลอด โดยเฉพาะในอดีตที่ธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่ทำแล้วรวย แม้ปัจจุบันจะไม่ใช่อีกแล้วก็ตาม จึงมองว่าในภาพรวมธุรกิจนี้ก็ต้องการการช่วยเหลือจากภาครัฐเช่นกัน

จะเห็นได้ว่าอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์นั้นได้รับผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 เช่นเดียวกันทั้งโลก แม้ว่าจะมีบางมุมของภาคอุตสาหกรรมนี้ที่ยังไม่ได้รับผลกระทบเนื่องจากอุปสงค์ของตลาดยังมีอยู่ แต่หากการระบาดของ COVID-19 ยังคงมีต่อเนื่อง ผลกระทบก็จะมากขึ้นเรื่อยๆ ตามผลกระทบภาพรวมที่มีต่อเศรษฐกิจโลก ดังนั้นจึงเป็นอีกมุมที่รัฐบาลอาจจะต้องเตรียมแผนเพื่อช่วยเหลือ และฟื้นฟูอุตสาหกรรมนี้เช่นกัน

 

เรื่อง: ชยพล เจียงกะรัต
ที่มาภาพ: Pixabay
ที่มา: บทความ “The print industry in the time of COVID-19” จาก packagingeurope.com
บทความ “IMPACT OF COVID-19 ON THE PRINTING INDUSTRY” จาก intergraf.eu
บทความ “COVID-19 Economic impact on the print industry” จาก piworld.com