Research & Report

อุตสาหกรรมศิลปะการแสดงในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19

ท่ามกลางกระแสวิกฤตโลก ยุคโควิด-19 ทำให้หลายภาคส่วนตระหนักถึงอนาคตที่ไม่แน่นอนหรือความไม่มั่นคงมากขึ้น สิ่งใดก็ตามที่กระแสดีในช่วงก่อนกักตัว หรือระหว่างการ lockdown  อาจไม่ได้ดีตลอดไปในช่วงภายหลังการปลดล็อคเมื่อโรคระบาดยุติลง  ศิลปะการแสดงแขนงต่างๆ ต้องปรับตัวเองในช่วงกักตัว เพื่อให้เข้าถึงผู้ชมและเพื่อเพิ่มกระแสหรือเรตติ้งให้ตัวเอง เพื่อไม่ล้มหายตายจากและรอวันที่จะผงาดกลับคืนมา อีกครั้งหลังโควิด-19 ผ่านพ้นไป

แต่มันไม่ง่ายอีกต่อไปเพราะระบบเศรษฐกิจจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว

แม้ว่าจะมีความพยายามของศิลปิน เพื่อให้ผู้ชมสามารถเสพสื่อศิลปะการแสดงแขนงต่างๆ  เช่นโครงการ Pain Post and Share Art Challenge หรือแฮชแทค #artNocovid  รูปแบบการอยู่บ้านสร้างศิลป์และแชร์ให้โลกรู้ โดยเชื่อว่าในวิกฤติยังมีโอกาสให้ศิลปินได้ฝึกฝน ทบทวนทักษะ และใช้เวลาอยู่กับศิลปะให้มากขึ้น โพสต์ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวเปิดเผยแพร่สู่สาธารณะมีการประกาศผลยอดไลค์ แชร์ และได้รับรางวัลจากสมาคม แต่การจัดแสดงนิทรรศการต่อไปเมื่อสถานการณ์โรคระบาดยุติลงจะเป็นอย่างไร อยู่ในแพลตฟอร์มใด ยังไม่มีใครอาจตอบได้

ถ้าเราเชื่อตามกฎทฤษฎี 21 วันซึ่งอธิบาย ถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของมนุษย์ โดยสาระสำคัญที่ ดร. แมคเวล  มอลท์ (Dr.MaxwellMaltz) เขียนไว้ในหนังสือ Psycho-Cybernetics  ว่า“ ‘การกระทำ’ จะตกผลึก กลายเป็น ‘นิสัย’ โดยกระทำต่อเนื่องอย่างน้อย 21 วันแล้วนั้น หลังการกักตัวและคลายล็อคดาวน์ จากโควิด-19 ทุกสิ่งทุกอย่างจะเปลี่ยนไป

ในขณะที่เศรษฐกิจระดับจังหวัด ประเทศหรือโลก ยังไม่อาจฟื้นฟูได้ในเร็ววันหลังจากไวรัสทำลายลงไปนั้น ศิลปะการแสดงแขนงฟุ่มเฟือยต่างๆ อาจไม่ตอบโจทย์ต่อโลกสมัยใหม่แล้วก็เป็นได้ เนื่องด้วยรายได้ครัวเรือนที่มีแนวโน้มลดลง เราจะเห็นได้ว่า ระหว่างที่มีการระบาดของโควิด-19 มีการประกาศให้ใช้เวลาอยู่กับบ้านตามมาตรการ lockdown และ Social Distancing นั้น Netflix พบว่าพวกเขามีสมาชิกผู้ใช้งานหน้าใหม่ที่สมัครใช้บริการของพวกเขาเพิ่มในช่วงเวลานี้มากถึง 15.77 ล้านราย เพิ่มขึ้นถึง 22.8% ซึ่ง เห็นว่า Netflix อาจตอบโจทย์ในห้วงเวลาการหยุดชะงักของธุรกิจการผลิตภาพยนตร์ ที่การถ่ายทำภาพยนตร์เกือบทั้งหมดได้หยุดไปแล้วทั่วโลก

แต่คำถามที่ว่า Netflix จะมาแทนที่โรงภาพยนตร์หรือไม่ สัดส่วนในอนาคตจะเป็นเช่นไร เป็นสิ่งที่ Netflix เองต้องทำการบ้าน เนื่องจากตัวแปรคือค่าสมาชิกรายเดือนที่ค่อนข้างสูง ถ้าเทียบกับการบริการช่องทางอื่นที่ไม่เสียค่าใช้จ่าย เช่น TV Digital ,แอพพลิเคชั่นฟรีของแต่ละช่อง เช่น ช่อง3 , ช่อง7 , TREU ID ,Line TV,AIS PLAY , Youtube หรือแม้กระทั่งTIKTOK  ก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าในช่วงที่รายได้ครัวเรือนที่มีแนวโน้มลดลง

ในอีกแนวทางหนึ่งนั้นการเติบโตของการชม LINE TV เองก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างมากในช่วงที่ผ่านมาโดยเฉพาะช่วงสุดสัปดาห์ที่เพิ่มสูงถึง 45% ด้วยการเพิ่มแท็บพิเศษเฉพาะกิจ ‘อยู่บ้านไม่เหงา’ (Enjoy at Home) ขึ้นมา เพื่อรวบรวมคอนเทนต์ที่ผ่านการคัดสรรมาแล้วให้มีความหลากหลายและเหมาะกับไลฟ์สไตล์การอยู่บ้าน รวบรวมเอาภาพยนตร์ ละคร ซีรีส์ แอนิเมชั่น และรายการ กว่า 100 รายการที่ดูได้ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง ก็ยิ่งเป็นการตอกย้ำให้ LINE TV อาจจะ เป็น Everyday Enjoyment Hub ศูนย์รวมแห่งความเพลิดเพลินในทุกวันและทุกสถานการณ์ของประชากรยุคใหม่หลังโควิด19 ก็เป็นได้ 

การตัดคลิปตลกสั้นลงแพลตฟอร์ม TIKTOK ของช่องรายการโทรทัศน์ทั่วโลกเองต้องถือเป็นไวรัลที่ประสบความสำเร็จและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเดิมพร้อมทั้งขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ ที่ทำงานที่บ้านตามมาตรการของทุกประเทศ แม้กระทั่งการแสดงละครเวที โอเปร่า ระบำปลายเท้า คอนเสิร์ตดนตรีคลาสสิค ยังได้ทำการยกการแสดงออกจากเธียรเตอร์มาลงในแพลตฟอร์มต่างๆ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้รับชมง่ายขึ้นและรักษาฐานลูกค้าไว้ แม้กระทั่งประเทศไทยเอง การแสดงโขนพระราชทานที่หาชมยากพบว่ามีมิติใหม่คือจัดนำการแสดงโขนมาลงแพลตฟอร์ม TREU ID เพื่อให้สะดวกต่อการรับชมในอนาคตด้วย
 
ทั้งนี้สอดคล้องกับข้อสรุปในการเสวนาของ UNESCO Bangkok การอภิปรายออนไลน์ เรื่อง อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในไทยกับโควิด-19 ในเรื่องของศิลปะการแสดง เมื่อวันอังคารที่ 26 พฤษภาคม 2020 เวลา 19:00 – 21:00 ที่กล่าวว่า “เราต้องรักษาฐานผู้ชมด้วยการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน” และหลังจากนี้อีก 18 เดือนจะต้องวางแผนกันต่อไปให้รัดกุมสอดคล้องกับสถานการณ์มากขึ้น เพราะศิลปะการแสดงในรูปแบบละครเวที มีมิติทางด้านเวลาและความต่อเนื่องทางอารมณ์มากกว่าสาขาอื่นๆ และต้องการผู้ชมที่มีส่วนร่วมทางอารมณ์ในพื้นที่เดียวกัน ซึ่งปรับตัวยากในอนาคต แต่ก็จำเป็นต้องปรับตัวแต่จะเป็นไปในทางใดต่อไปนั้นต้องเรียนรู้กันต่อไป”

จากที่กล่าวมาทั้งหมดแล้วนั้นจะเห็นได้ว่าศิลปะการแสดงทุกแขนงมีการปรับตัวจากออฟไลน์สู่ออนไลน์มากขึ้น เพื่อส่งเสริมการขายให้กลุ่มลูกค้าเดิมและขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ เป็นการสร้างให้เกิด Next New Normal หลังสิ้นสุดวิกฤตโควิด-19 ครั้งนี้


เรื่อง: สนมพรรณ ประทุมเมศร์
ที่มา: Annual Reports & Proxies จาก netflixinvestor.com