Research & Report

COVID-19 จะนำพาอุตสาหกรรมดนตรีสู่จักรวาลใหม่หรือไม่

Across another Universe: โควิดนำพาดนตรีเข้าสู่จักรวาลใหม่หรือไม่

ก่อนการมาถึงของเทคโนโลยีอินเทอร์เนตและโปรแกรมการบีบอัดไฟล์เสียง แหล่งรายได้หลักของอุตสาหกรรมดนตรีในระดับโลกคือ การจำหน่ายวัตถุบันทึกเสียง ไม่ว่าจะเป็นแผ่นเสียง ตลับเทป หรือแผ่นซีดี  แต่ความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่เอื้อให้เกิดการผลิตซ้ำและกระจายผลงานดนตรีได้อย่างง่ายดายได้นำพาอุตสาหกรรมดนตรีเข้าสู่อีกยุค เพราะผู้คนในธุรกิจดนตรีไม่สามารถพึ่งพิงการจำหน่ายแผ่นเสียง ตลับเทป หรือซีดีในฐานะแหล่งรายได้หลักได้อีกต่อไป รายได้ของพวกเขา/เธอจึงมาจากการบัตรชมการแสดงสดในสัดส่วนที่สูงขึ้น Daigj (2015: 298) ระบุว่า นับตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา รายได้จากการขายวัตถุบันทึกเสียงมีมูลค่าลดลงอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลจากการสามารถเข้าถึงเพลงในโลกออนไลน์โดยไม่ต้องจ่ายเงิน ขณะที่การแสดงสดกลายเป็นแหล่งรายได้ใหญ่ของศิลปินและอุตสาหกรรมดนตรี กระนั้นก็ตาม ยอดขายผลงานของธุรกิจดนตรีก็ไม่ได้ลดลง เพราะผู้บริโภคหันไปซื้อผลงานผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น

การแพร่ระบาดของโควิดอาจผลักให้ผู้คนในอุตสาหกรรมดนตรีคิดทบทวนว่าจำเป็นต้องข้ามจักรวาลอีกรอบเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในช่วงปี 2000 หรือไม่ เพราะโควิดทำให้การแสดงสดที่ขัดแย้งกับหลักการการรักษาระยะห่างทางสังคม (social distancing) กลายเป็นเรื่องต้องห้าม และการแสวงหาโอกาสทางธุรกิจออนไลน์กลายเป็นความจำเป็น ไม่ใช่ความสามารถพิเศษอีกต่อไป

I Want To Hold Your Hand but I Can’t: เมื่อการแสดงดนตรีสดกลายเป็นเรื่องต้องห้าม

การระบาดของไวรัสโควิดทำให้ศิลปินและธุรกิจดนตรีต้องสูญเสียรายได้จากการแสดงสดไปอย่างมหาศาล เพราะพวกเขาจำเป็นต้องยกเลิกเทศกาลดนตรี หรือโปรแกรมแสดงสดที่ได้วางไว้เรียบร้อยแล้ว  Pollstar บริษัทวิจัยเกี่ยวกับธุรกิจการแสดงดนตรีในสหรัฐอเมริกาประมาณการว่า หากการแสดงดนตรีในปี 2020 สามารถเริ่มต้นในเดือนสิงหาคม แทนที่จะเป็นฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคมหรือเมษายน) อุตสาหกรรมดนตรีเสียรายได้ไปถึง 5.2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ และถ้าการแสดงดนตรีต้องเริ่มต้นในเดือนธันวาคม อุตสาหกรรมดนตรีเสียรายได้ไปถึง 8.9 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ  ในทางตรงกันข้าม Pollstar คำนวณว่า การแสดงดนตรีสร้างรายได้ให้แก่อุตสาหกรรมเป็นมูลค่าถึง 12.2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ  โดยสรุปแล้ว กระแพร่กระจายของไวรัสโควิดอาจทำให้อุตสาหกรรมดนตรีเสียรายได้จากการแสดงดนตรีสดไปถึงประมาณร้อยละ 40-75 โดยขนาดของความเสียหายทางธุรกิจขึ้นอยู่กับภาวะชะงักงันของการจัดแสดงดนตรีสด   

ยิ่งกว่านั้น การยกเลิกการแสดงสดไม่เพียงแต่กระทบรายได้ของศิลปินและผู้จัดคอนเสิร์ตเท่านั้น หากแต่ยังผลักทีมงานเบื้องหลังที่คอยดูแลเวทีและสนับสนุนศิลปินเมื่อยามออกตระเวนแสดงคอนเสิร์ตให้เผชิญกับภาวะความไม่แน่นอนทางรายได้ เพราะรายได้ของคนกลุ่มหลังนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนของการจัดแสดงดนตรีสด พวกเขาไม่ได้รับเงินเดือนที่แน่นอน  จากข้อมูลข้างต้น การยกเลิกการแสดงสดดนตรีอันเป็นผลจากโควิดจึงไม่ได้เป็นความเสียหายแก่อุตสาหกรรมดนตรีพึ่งพิงรายได้การจัดแสดงดนตรีสดและเทศกาลดนตรีในสัดส่วนที่สูงกว่าในอดีต แต่ยังส่งผลต่อคนกลุ่มอื่นที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมนี้โดยอ้อม ไม่ว่าจะเป็นแรงงานรับจ้างที่ตระเวนติดตามวงดนตรีไปยังที่ต่างๆ กลุ่มคนค้าขายตามการแสดงดนตรี หรือกลุ่มธุรกิจการให้บริการขนส่ง  

Ticket To Ride Online: เมื่ออุตสาหกรรมดนตรีต้องปรับตัวเข้าสู่โลกออนไลน์ในระดับที่เข้มข้นขึ้น

ถึงแม้การแสวงหารายได้ผ่านช่องทางในโลกออนไลน์ไม่ใช่เรื่องใหม่นัก เพราะเริ่มแพร่หลายตั้งแต่ทศวรรษ 2010 แต่การระบาดของโรคโควิดทำให้ผู้เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมดนตรีต้องคิดต้นกิจกรรมเชิงพาณิชย์ในโลกโลกออนไลน์มากขึ้น รายได้จากช่องทางออนไลน์จึงไม่ได้มาจากการขายเพลงแต่เพียงอย่างเดียว หากแต่ยังมาจากการแสดงสดออนไลน์หรือการสอนทักษะการเล่นเครื่องดนตรี  

ท่ามกลางภาระการแพร่กระจายของโควิดที่ทำให้ผู้คนไม่สามารถเข้าชมการแสดงดนตรีสดได้ ศิลปินบางรายเช่น Jackson Browne หรือ the Black Crow’s Chris and Rich Robinson อาศัยเทคโนโลยีสตรีมมิงในฐานะช่องทางการถ่ายทอดการแสดงแก่ผู้ชมทางบ้าน ในการนี้ ผู้ประกอบการบางรายเช่น Big Room TV หรือ Wave XR พยายามหากำไรจากการทำหน้าที่เป็นผู้จัดการแพลตฟอร์มการแสดงสดในโลกออนไลน์ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากศิลปิน  การใช้เทคโนโลยีสตรีมมิ่งทดแทนการแสดงสดเกิดขึ้นในทั้งในกรณีของศิลปินเฉพาะรายและเทศกาลดนตรีขนาดใหญ่อย่าง Coachella ด้วย  ในขณะเดียวกัน ศิลปินบางรายก็อาศัยช่องทางความบันเทิงประเภทอื่น เช่นเกม เป็นสื่อกลางในการจัดการสตรีมมิ่งการแสดงสดออนไลน์ กรณีศึกษาคือ การแสดงของ Travis Scott แรปเปอร์ชาวอเมริกันในเกม Fortnight ที่มีผู้เข้าขมถึง 12 ล้านคน โดย Travis ปรากฏตัวเป็นตัวละครแอนิเมชั่น  ความนิยมที่เพิ่มขึ้นของการแสดงสดออนไลน์ผ่านสตรีมมิงอาจเปิดโอกาสให้ Startup ด้านการสื่อสารสร้างรายได้และอุตสาหกรรมดนตรีสร้างรายได้ร่วมกันก็เป็นได้ 
 
ยิ่งกว่านั้น ภาวการณ์ระบาดของโควิดที่บีบให้ผู้คนต้องทำงานจากที่พัก (Work From Home) ยังทำให้ยอดสั่งซื้อเครื่องดนตรี อย่างกีตาร์โปร่ง หรือกีตาร์ฮาวาย (อูคูเลเล่) ผ่านเวปไซต์ และยอดดาว์นโหลดซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มพูนทักษะด้านดนตรี เติบโตขึ้นอีกด้วย เนื่องจากผู้คนมีเวลาว่างเพียงพอที่จะเรียนความรู้ด้านดนตรี  อีกทั้ง นักดนตรีหน้าใหม่เหล่านี้ยังเข้าไปรับชมการสอนวิธีการบรรเลงเครื่องดนตรีทางห้องเรียนออนไลน์มากขึ้น   ดังนั้นแล้ว การเติบโตของนักดนตรีฝึกหัดที่ใช้โอกาสจากการทำงานที่บ้านเพิ่มพูนทักษะดนตรีกระตุ้นธุรกิจดนตรีที่อิงกับโลกดิจิทัล (ชั้นเรียนดนตรีออนไลน์หรือโปรแกรมฝึกซ้อม) และธุรกิจดนตรีในโลกเศรษฐกิจจริง โดยเฉพาะการผลิตและจำหน่ายเครื่องดนตรีบางประเภท 

อย่างไรก็ดี การเติบโตของกิจกรรมทางดนตรีในโลกดิจิทัลไม่ได้นำไปสู่การเพิ่มขึ้นของรายได้ที่แท้จริงของอุตสาหกรรมดนตรีเสมอไป การแสดงดนตรีสดผ่านช่องทางออนไลน์อาจพึ่งพิงรายได้จากโฆษณาและยอดวิวมากกว่าการเก็บค่าเข้าชมจากผู้ฟังโดยตรง เพราะโดยทั่วไปแล้วผู้ฟังมักไม่ยอมจ่ายเพื่อเสพเนื้อหาออนไลน์โดยตรง หากพวกเขาสามารถกระทำได้   ยิ่งกว่านั้น ยอดขายอัลบั้มในช่องทางออนไลน์และยอดฟังเพลงในสตรีมยังลดลงในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แต่ในช่วงเวลาเดียวกัน ผู้คนหันมาฟังดนตรีแนวคลาสสิก โฟล์ค และเพลงสำหรับเด็กในช่องทางสตรีมมากขึ้น โดยสรุป การฝากความหวังไว้กับโลกออนไลน์ในฐานะแหล่งรายได้โดยตรงของอุตสาหกรรมดนตรีคงเป็นเรื่องที่ต้องการพิจารณาเพิ่มอีกพอสมควร

Band On The Run from recession: เมื่อวงลูกทุ่งหมอลำต้องเผชิญกับภาวะซบเซาจากโควิด

ธุรกิจดนตรีในประเทศไทยไม่ได้เป็นข้อยกเว้นจากผลสะเทือนจากการแพร่ระบาดของโควิดเช่นกัน ตัวอย่างที่เด่นชัดคือ กรณีของการสูญเสียรายได้จากการแสดงสดตามงานเทศกาลประจำปีของวงดนตรีพื้นบ้าน โดยเฉพาะ การแสดงหมอลำ เนื่องจากทางรัฐบาลประกาศให้ยกเลิกงานเทศกาลเหล่านี้เพื่อยับยั้งการลุกลามของไวรัสโควิดที่อาจแพร่กระจายเมื่อผู้คนมาชุมนุมกันเป็นจำนวนมาก  ศิลปินหมอลำชื่อดังบางรายอย่าง นกน้อย อุไรพร และคณะหมอลำเสียงอีสาน ยังต้องเผชิญกับภาวะหนี้สิน เพราะผู้จัดเทศกาลยกเงินงานทั้งหมดจึงไม่สามารถหารายได้จากการขึ้นเวทีแสดงสดได้ หรือ ไผ่ พงศธร นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง ผู้ขับร้องเพลง “คนบ้านเดียวกัน” ต้องกลับมาเปิดร้านลาบเพื่อหารายได้ช่วยเหลือทีมงานในวงของตัวเองที่ตกงานเนื่องจากการยกเลิกการแสดงสด   ผลกระทบของโควิดที่มีต่อวงหมอลำไม่ได้กระทบเพียงแต่ศิลปิน แต่ยังกระทบต่อทีมงานของศิลปินที่ทำหน้าที่อันหลากหลาย ตั้งแต่การขับรถ การจัดการเสื้อผ้า วงดนตรี หรือแม้แต่คนครัว ศิลปินหมอลำเช่น บอย ศิริชัย หัวหน้าคณะหมอลำใจเกินร้อย มีทีมงานเป็นจำนวนถึงประมาณ 300 ชีวิต  การระบาดของโควิด-19 ในไทยจึงส่งผลให้ศิลปินและทีมงาน โดยเฉพาะรายที่พึ่งพิงรายได้จากการแสดงสด

ยิ่งกว่านั้น กาการระบาดของโควิดยังไปกระทบกับธุรกิจประเภทอื่นที่เกี่ยวข้องกับการจัดงานรื่นเริงตามเทศกาลต่างๆ เช่นธุรกิจรถแห่ที่เปรียบเสมือนเวทีเคลื่อนที่ให้ศิลปินและทีมงานนักดนตรีโชว์ตัวพร้อมกับแสดงไปพร้อมกับการเคลื่อนที่ของขบวนแห่ โดยทั่วไปแล้ว ธุรกิจรถแห่มักสร้างรายได้จากเทศกาลต่างๆ เช่น งานบวช งานผ้าป่า งานบุญกฐิน และงานสงกรานต์  สำหรับในกรณีของตัวเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด รถแห่จะได้ค่าจ้างในอัตราเริ่มต้น 16,000 บาท ต่อการแสดงสามชั่วโมง  มาตรการของรัฐบาลที่ห้ามให้จัดงานรื่นเริงจึงทำให้ธุรกิจรถแห่ในต่างจังหวัดซบเซาไปด้วย  โดยสรุปแล้ว ภาวะการระบาดของโควิดในสังคมไทยไม่ได้กระทบเฉพาะอุตสาหกรรมดนตรีในระดับชาติเท่านั้น แต่ยังกระทบผู้ประกอบการธุรกิจดนตรีตามภูมิภาคต่างๆ อีกด้วย เพราะในระยะแรกรัฐบาลจำเป็นต้องออกมาตรการยกเลิกการจัดงานรื่นเริงหรือเทศกาลตามฤดูกาลที่เป็นทั้งแหล่งรายได้จากการแสดงสดและโชว์ตัวของวงดนตรีที่มีชื่อเสียงระดับชาติ และแหล่งรายได้จากการรับจ้างจัดงานแสดงเคลื่อนที่ของรถแห่เครื่องเสียงที่เป็นกิจกรรมความบันเทิงที่ผูกอยู่กับขบวนแห่ของผู้คนในต่างจังหวัด

คำถามสำคัญที่ควรขบคิดในช่วงเวลานี้ คือวงดนตรีพื้นบ้าน โดยเฉพาะวงหมอลำ และผู้ประกอบการรถแห่สามารถหารายได้จากช่องทางออนไลน์ได้อย่างไรบ้าง ในเมื่อกิจกรรมการแสดงดนตรีของพวกเขาผูกอยู่กับงานประเพณีรื่นเริงประจำปีที่ผู้คนในท้องถิ่นมาพบปะกัน และใช้ดนตรีเป็นหนึ่งในสิ่งเชื่อมโยงให้ผู้เข้าร่วมงานประเพณีมีปฏิสัมพันธ์กันอย่างครื้นเครง เพราะผู้เขียนก็ไม่แน่ใจว่า เทคโนโลยีออนไลน์อย่าง สตรีมมิง มีความสามารถในการผลิตซ้ำบรรยากาศแบบนี้ขึ้นมาได้

Let It Be or Come Together: รูปแบบการจัดการอุตสาหกรรมดนตรีในสังคมไทยยุคหลังโควิด-19

จากประสบการณ์ในต่างประเทศและกรณีศึกษาในไทย อุตสาหกรรมดนตรีในยุคหลังโควิด-19 อาจดำเนินไปทิศทางต่อไปนี้  ในด้านหนึ่ง ศิลปินและผู้ประกอบการดนตรีอาจหารายได้พิเศษจากทางอื่น เช่นการเปิดร้านอาหารอย่างในกรณีของ ไผ่ พงศธร หรือพยายามเก็บเกี่ยวรายได้จากช่องทางออนไลน์ เพื่อให้อยู่รอดจนถึงวันที่โลกค้นพบวัคซีนที่สกัดการระบาดของไวรัสได้  เพราะหลังโควิดจบลง ผู้คนคงยินดีใช้จ่าย (ถ้าพวกเขายังมีเงินออมเหลืออยู่บ้าง) เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมรวมกลุ่มทางสังคมในด้านความบันเทิงมากขึ้น ศิลปินและธุรกิจดนตรีเหล่านี้สามารถได้รับกระแสรายได้จากงานแสดงดนตรีสดในเทศกาลที่เต็มไปด้วยผู้คนที่อัดอั้นจากการอยู่ในที่พำนักเป็นเวลานานหลายเดือน  และในอีกทางหนึ่ง ศิลปินอาจต้องจับมือกับ startup ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและช่างเทคนิคด้านภาพและเสียง เพื่อคิดค้น application ที่สามารถจำลองได้ทั้งบรรยากาศในการแสดงสดและปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เข้าชมการแสดงระหว่างกันได้ เพื่อทำให้กิจกรรมการชมการแสดงในโลกออนไลน์มีความใกล้ชิดกันมากขึ้น  ในขณะเดียวกัน กลุ่มธุรกิจดนตรีและศิลปินอาจเรียกร้องขอส่วนแบ่งจากการขายโฆษณาและการสตรีมมิงการแสดงหรือผลงานของเขา จากกลุ่มผู้ให้บริการแพตฟอร์มออนไลน์อย่าง youtube หรือ stopify ในสัดส่วนที่สูงขึ้น เพื่อเป็นการปรับตัวเข้ากับแนวโน้มในอนาคตที่การแสดงสดแลการเสพดนตรีในโลกออนไลน์กลายเป็นภาวะปกติมากขึ้น

เรื่อง: ตฤณ ไอยะรา
ที่มา: Hissong, Samantha. 2020. “Sales of instruments and music gear are soaring. Will quarantine spark a Renaissance.” Rolling Stone

Blake, Emily. 2020. “Music streaming is down in the time of social distancing.” Rolling Stone, March 23, 2020. Accessed May 18, 2020. 

“ไผ่ พงศธร กลับมาขายลาบ กระจายรายได้ช่วยลูกน้องว่างงาน.” จาก Voice Online