Research & Report

“Let’s Create” ยุทธศาสตร์ 10 ปี ที่มุ่งให้ประชากรแสดงความคิดสร้างสรรค์ได้ตลอดชีวิต และผลกระทบโควิด-19 ในอังกฤษ


ตามดูเป้าหมายและการลงทุนปี 2020-2030 ที่มุ่งสู่การเป็นประเทศที่ความคิดสร้างสรรค์ของทุกคนจะได้รับโอกาสในการเติบโต และผลกระทบจากการปิดชั่วคราวของพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวกด้านศิลปวัฒนธรรมในอังกฤษ

 

สภาศิลปะแห่งชาติ ประเทศอังกฤษ (Arts Council England: ACE) ในฐานะที่เป็นหน่วยงานด้านการพัฒนาด้านความคิดสร้างสรรค์และวัฒนธรรมระดับชาติ และได้รับงบประมาณจากกระทรวงวัฒนธรรม สื่อ และการกีฬา (Department of Culture, Media and Sport: DCMS) ได้เผยแพร่ “Let’s Create Strategy 2020 - 2030” ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ใหม่สำหรับใช้ดำเนินต่อจากยุทธศาสตร์เดิม “Great Art and Culture for Everyone 10-Year Strategic Framework 2010 – 2020” ที่จัดทำขึ้นครั้งแรกในปี 2010 โดยมีเป้าหมายที่จะสนับสนุนและพัฒนาศิลปะและวัฒนธรรมในประเทศ

ในยุทธศาสตร์ฉบับใหม่นี้ กำหนดวิสัยทัศน์ว่า ในปี 2030 “อังกฤษจะเป็นประเทศที่ความคิดสร้างสรรค์ของทุกคนได้รับคุณค่าและโอกาสในการเติบโต และเป็นที่ ๆ ทุกคนสามารถเข้าถึงประสบการณ์ด้านวัฒนธรรมที่มีมูลค่าสูง”
 
โดยมีเป้าหมายเป็น 3 ผลลัพธ์หลัก (Outcomes) ได้แก่ นักสร้างสรรค์ ชุมชนวัฒนธรรม และการเป็นประเทศแห่งความสร้างสรรค์และวัฒนธรรม
1. นักสร้างสรรค์ (Creative People)
ทุกคนสามารถพัฒนาและแสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์ได้ตลอดชีวิต มุ่งเน้นไปที่ศิลปินหรือนักสร้างสรรค์ที่เป็น
มือสมัครเล่น รวมถึงผู้สูงอายุ เยาวชน และเด็กด้วย
2. ชุมชนวัฒนธรรม (Cultural Communities) 
การลงทุนในกิจกรรมเชิงวัฒนธรรม องค์กรศิลปะ ห้องสมุดและพิพิธภัณฑ์ จะช่วยเพิ่มระดับคุณภาพชีวิต สนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่น และเป็นการนำคนในชุมชน กลุ่มศิลปิน และนักสร้างสรรค์ให้ทำงานร่วมกัน เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมในระดับหมู่บ้าน เมือง และมหานคร
3. ประเทศแห่งความสร้างสรรค์และวัฒนธรรม (A Creative and Cultural Country)


การจะบรรลุ 2 ผลลัพธ์แรกได้นั้น ต้องอาศัยกลุ่มศิลปิน และนักสร้างสรรค์มืออาชีพ ที่สามารถสร้างไอเดียใหม่ ๆ และแรงบันดาลใจให้แก่ทุนคนในชุมชน รวมถึงกลุ่มนักเรียนและนักศึกษาที่จะเข้าสู่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์หลังจากจบการศึกษาแล้ว

ทั้งนี้ ในการที่จะบรรลุผลลัพธ์ทั้ง 3 ที่กล่าวมานั้น ACE ได้กำหนดหลักการลงทุน (Investment Principles) 4 หลัก ได้แก่ ความทะเยอทะยานและคุณภาพ พลวัต ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และการยอมรับและความเข้ากัน สำหรับหน่วยงานด้านวัฒนธรรมที่ดำเนินงานภายใต้ ACE หรือ National Portfolio Organizations (NPOs) 

1. ความทะเยอทะยานและคุณภาพ (Ambition and Quality)
องค์กรด้านวัฒนธรรมต้องมีความทะเยอทะยานที่จะพัฒนาและพร้อมเพิ่มคุณภาพให้แก่งานของตัวเองในทุก ๆ ด้าน
2. พลวัต (Dynamism)
องค์กรด้านวัฒนธรรมไม่หยุดนิ่ง ปรับตัว และสามารถรับมือกับความท้าทายในอนาคตอีก 10 ปีข้างหน้าได้
3. ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม (Environmental Responsibility)
องค์กรด้านวัฒนธรรมเป็นผู้นำด้านความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสนับสนุนกิจกรรมทางศิลปะที่เกี่ยวข้องกับการรักษาสิ่งแวดล้อม
4. การยอมรับและความเข้ากัน (Inclusivity and Relevance)
ความหลายหลายทางเชื้อชาติในประเทศอังกฤษได้รับการยอมรับและสนับสนุนให้แสดงออกเชิงวัฒนธรรมของตนเอง

การจัดสรรกองทุนฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือศิลปินในสถานการณ์การแพร่ระบาทของไวรัสโควิด-19

สภาศิลปะแห่งชาติ ประเทศอังกฤษ หรือ ACE จัดกองทุนประมาณ 6,500 ล้านบาทหรือ 160 ล้านปอนด์ เพื่อช่วยเหลือผู้ทำงานอิสระและนักสร้างสรรค์ โดยมีรายละเอียด ดังนี้
• กองทุนประมาณ 3,600 ล้านบาทหรือ 90 ล้านปอนด์ สำหรับให้ความช่วยเหลือผ่าน National Portfolio Organizations (NPOs)
• กองทุนประมาณ 2,000 ล้านบาทหรือ 50 ล้านปอนด์ สำหรับองค์การที่เคยไม่ได้รับเงินจาก ACE เพื่อส่งเสริมให้สามารถตั้งตัวได้ และกลับมาดำเนินงานได้อีกครั้ง
• กองทุนประมาณ 800 ล้านบาทหรือ 20 ล้านปอนด์ สำหรับนักสร้างสรรค์และศิลปินอิสระ โดยสามารถมาขอรับเงินช่วยเหลือ (cash grant) จำนวน 2,500 ปอนด์ต่อคน นอกจากนี้ ACE จะจัดสรรกองทุนอีก 4 ล้านปอนด์ เพื่อเป็นเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมอีกด้วย

ทั้งนี้ กองทุนจะเริ่มในวันที่ 30 มีนาคม 2020 โดยจะสามารถจ่ายเงินชดเชยได้ภายในเวลา 6 สัปดาห์


The Impact of COVID-19 on Arts and Cultural Charities

ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้องค์กรการกุศลด้านศิลปะและวัฒนธรรมในอังกฤษและเวลส์ (Arts and cultural charities) กำลังอ่อนแอและประสบปัญหาขาดรายได้ เนื่องจากต้องลดการจัดกิจกรรมต่าง ๆ

จากรายงาน “Charities speak” ที่จัดทำขึ้นโดย Creative Industries Policy & Evidence Centre (PEC) และ Nesta ที่นำเสนอให้เห็นถึงความสำคัญขององค์กรการกุศลด้านศิลปะขั้นสูง (advance arts) วัฒนธรรม (culture) มรดกภูมิปัญญา (heritage) หรือวิทยาศาสตร์ (science) ซึ่งเรียกโดยย่อว่า “ACHS” ซึ่งมีจำนวนมากถึง 30,418 องค์กร และคิดเป็นร้อยละ 15 ของจำนวนองค์กรการกุศลทั้งหมดที่ดำเนินงานอยู่ในอังกฤษและเวลส์ ในปี 2008 ทั้งนี้ Charity Commission for England and Wales (CCEW) มีข้อมูลว่าองค์การกุศลที่ยังดำเนินงานอยู่ จำนวน 208,057 องค์กร จาก 359,245 องค์กรที่ขึ้นทะเบียนกับ CCEW
 


องค์กรการกุศลเหล่านี้ ประกอบด้วยมูลนิธิขนาดใหญ่ไปจนถึงกลุ่มคนขนาดเล็ก ทำหน้าที่ดูแลและสนับสนุนกลุ่มคนต่าง ๆ เช่น เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ กลุ่มอาสาสมัคร ผู้พิการ กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ+) ผู้ลี้ภัย ชนกลุ่มน้อย เป็นต้น พวกเขาให้พื้นที่แก่คนในชุมชนเมืองและชนบท ช่วยระดมทุนและลงทุนในด้านการกุศล รวมถึงปกป้องและรักษาผลประโยชน์ของคนทั่วไปและผู้เชี่ยวชาญ

 


 

การดำเนินงานขององค์กรการกุศลต้องอาศัยการร่วมตัวของคน ดังนั้น การปิดชั่วคราวและหยุดให้บริการอาคารสถานที่ สิ่งอำนวยความสะดวก และพี้นที่สำหรับการกุศล ส่งผลให้องค์กรขาดรายได้ เนื่องจากไม่สามารถจัดกิจกรรมที่เป็นแหล่งเงินสำคัญได้ PEC และ Nesta จึงเรียกร้องให้รัฐบาลให้ความช่วยเหลือองค์กรการกุศล ACHS เพราะเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้สังคมฟื้นตัวอย่างรวดเร็วหลังจากวิกฤตผ่านพ้นไปแล้วด้วย

 

ที่มาภาพ: artscouncil.org.uk/letscreate
ที่มา: รายงานยุทธศาสตร์ Let’s Create Strategy 2020 – 2030 โดย สภาศิลปะแห่งชาติ ประเทศอังกฤษ (Arts Council England) จาก artscouncil.org.uk  
บทความ “Arts Council England publishes £160m coronavirus bailout plan” โดย Goergia Snow จาก thestage.co.uk 
บทความ “The impact of COVID-19 on arts and cultural charities.” โดย Eliza Easton และ Raphael Leung Nesta จาก nesta.org.uk 
รายงาน Charities speak: Mapping arts and cultural charities in England and Wales using data science  โดย Creative Industries Policy & Evidence Centre (PEC) จาก  pec.ac.uk