Research & Report

โลกของการออกแบบในวันที่มีโรคระบาด

การระบาดของโควิด-19 จะกลายเป็นโจทย์สำคัญในรอบทศวรรษในแวดวงการออกแบบ แต่การออกแบบกลับมีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อรูปแบบของการระบาด เริ่มจากวิถีชีวิตในเมืองที่สร้างมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพแต่อาจไม่ได้คำนึงถึงความเสี่ยงด้านสุขภาพมากนัก ไปจนถึงรูปแบบของบริการต่างๆ ที่อาจไม่เคยคาดคิดว่าต้องปรับเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเพราะการต้องเว้นระยะห่าง

ท่ามกลางการระบาด การออกแบบยังมีบทบาทในการสื่อสารออนไลน์เพื่อให้สาธารณชนเข้าใจสถานการณ์และการปฏิบัติตัว การออกแบบเครื่องหมายออฟไลน์เพื่อสะกิดให้ประชาชนปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเพื่อจำกัดการระบาด และโจทย์ที่ใหญ่ที่สุดคือการระดมความคิดเพื่อออกแบบเมืองใหญ่ ให้พร้อมรับมือกับความเสี่ยงด้านสุขภาพที่อาจปรากฏกายอีกครั้งในอนาคตอันใกล้

ออกแบบออนไลน์ เปลี่ยนเรื่องยากให้เข้าถึงได้

อินเทอร์เน็ตทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงข่าวสารได้โดยแทบไม่ต้องจ่ายสตางค์ ผนวกกับโซเชียลมีเดียที่เปิดโอกาสให้ทุกคนเผยแพร่ข่าวที่คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์เพียงปลายนิ้วคลิก การพบโรคอุบัติใหม่ที่ไม่มีใครรู้จักเป็นวิกฤติที่สาธารณชนให้ความสนใจและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด แต่ด้วยเหตุผลนี้เองที่ทำให้ข่าวจริงผสมปนเปไปกับข่าวลวงจนปุถุชนคนทั่วไปยากจะแยกออก

คงไม่ผิดนักหากจะกล่าวว่าความสับสนแพร่กระจายได้รวดเร็วกว่าข่าวสารที่ถูกต้อง

เมื่อโรคระบาดเคลื่อนเข้ามาใกล้ตัว ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมจึงเจอโจทย์ว่าจะสื่อสารอย่างไรให้ประชาชนทุกเพศทุกวัยเข้าใจถึงความเสี่ยงและวิธีการปฏิบัติตัวที่เหมาะสม ข้อความที่ต้องการส่งจึงต้องถูกออกแบบให้ชัดเจน สามารถทำความเข้าใจโดยใช้เวลาไม่นาน และนำไปปฏิบัติได้จริง โดยผู้ที่สามารถทำหน้าที่นี้ได้ดีที่สุดก็หนีไม่พ้นนักออกแบบเรขศิลป์หรือกราฟฟิกดีไซน์เนอร์นั่นเอง
 

ข้อมูลที่ดูแข็งกระด้างถูกหยิบมานำเสนอได้อย่างน่าสนใจผ่านฝีไม้ลายมือนักออกแบบทั่วโลก โดยบอกเล่าตั้งแต่การคัดกรองความเสี่ยงเบื้องต้นของแต่ละบุคคล การล้างมือและใส่หน้ากากอนามัยอย่างถูกวิธี อาการของโรคโควิด-19 ไปจนถึงกราฟฟิกอธิบายการ ‘ทำกราฟให้แบนลง (flatten the curve)’ หรือการกระจายจำนวนผู้ป่วยในแต่ละช่วงเวลาให้อยู่ภายใต้ศักยภาพที่ระบบการรักษาพยาบาลรองรับไหวโดยใช้มาตรการต่างๆ เพื่อจำกัดจำนวนผู้เสียชีวิตให้น้อยที่สุด

Instrargram: @jean_jullien


นอกจากการแปลงข้อมูลที่เข้าใจยากให้เข้าถึงง่าย กราฟฟิกดีไซน์เนอร์บางคนยังนำเสนอเรื่องราวแกมขำขันเป็นสีสันในโลกออนไลน์ เช่น ฌอง จูเลียง (Jean Jullien) ที่โพสต์ภาพเปรียบเทียบชีวิตระหว่างก่อนกักตัวและระหว่างกักตัวที่ไม่แตกต่างกันมากนัก และเจมมา คอร์เรลล์ (Gemma Correll) ที่วาด ‘สติกเกอร์รางวัลระหว่างการระบาดของโคโรนาไวรัส (coronavirus reward stickers)’ เพื่อขอบคุณเหล่าฟอลโลเวอร์ในโซเชียลมีเดียที่ล้างมือสม่ำเสมอ เว้นระยะห่างทางสังคม อ่านข่าวแต่พอสมควร และไม่กักตุนกระดาษชำระ!


 
Instrargram: @Gemmacorrell


ออกแบบออฟไลน์ สะกิดเปลี่ยนวิถีชีวิตเพื่อลดความเสี่ยง

นอกจากโลกออนไลน์แล้ว นักออกแบบยังมีบทบาทในโลกออฟไลน์โดยการ ‘สะกิด’ เพื่อกระตุ้นเตือนให้สาธารณชนปรับวิถีชีวิตเพื่อลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อโควิด-19 ผ่านการประยุกต์ใช้ศาสตร์การออกแบบประสบการณ์ผู้ใช้งาน (User Experience)

อย่างแรกคือการแสดงระยะห่างทางสังคมให้เข้าใจง่าย ยิ่งเฉพาะจุดเสี่ยงที่อาจมีประชาชนมารอคิวหนาแน่นเช่นหน้าเคาน์เตอร์คิดเงินในซุปเปอร์มาร์เก็ต นักออกแบบสามารถสะกิดโดยมาร์คจุดเป็นวงกลมสีแดงให้ลูกค้าแต่ละคนยืนห่างกันในระยะที่เหมาะสม หรือพื้นที่อย่างลิฟต์และบันไดเลื่อนที่สามารถใช้ลวดลายบนพื้นเพื่อกระตุ้นให้คนเปลี่ยนพฤติกรรมไปในทิศทางที่คาดการณ์ได้


ลายบนพื้นในลิฟต์ของอาคารชุดโครงการ LPP ภาพจาก propholic.com


อย่างที่สองคือระยะเวลาในการล้างมือ แม้ว่าจะมีแนวทางเบื้องต้นว่าถ้าจะล้างมือให้สะอาดต้องใช้เวลาอย่างน้อย 20 วินาที แต่การรับรู้ถึงช่วงเวลาดังกล่าวเป็นเรื่องนามธรรมอย่างยิ่งสำหรับหลายคน จึงเกิดเป็นไอเดียอย่างเพลงสำหรับล้างมือ เช่น การร้องเพลงช้างสองรอบระหว่างล้างมือ เป็นวิธีง่ายๆ เพื่อสะกิดให้ทุกคนล้างมือครบ 20 วินาที

อย่างที่สามคือการให้ข้อมูลแบบเฉพาะบุคคล เช่น ระบบดูแลสุขภาพแห่งชาติ (National Healthcare Service) ของสหราชอาณาจักรที่จะคัดกลุ่มเสี่ยงต่อการเสียชีวิตหากติดเชื้อโควิด-19 เพื่อส่งข้อความเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติตัวที่จะช่วยลดความเสี่ยง เช่นเดียวกับกลุ่มที่เริ่มเจ็บป่วยก็จะมีข้อความแนะนำวิธีสังเกตอาการเบื้องต้นรวมถึงช่วงเวลาที่เหมาะสมในการไปพบแพทย์ โดยข้อความทั้งหมดจะถูกออกแบบโดยคำนึงถึงกลุ่มผู้รับและหยิบเฉพาะเนื้อหาที่จำเป็นจากแนวทางการปฏิบัติตัวฉบับเต็ม

อย่างสุดท้ายคือการออกแบบเพื่อเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ซึ่งนับเป็นโจทย์สำคัญในวันที่ทุกคนต้องเว้นระยะห่าง และมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างน้อยลง เบคกี แวส (Becky Wass) นำเสนองานออกแบบที่แสนจะเรียบง่ายโดยเป็นกระดาษให้เรากรอกรายละเอียดเพื่อเสนอตัวช่วยเหลือคนในชุมชนที่ต้องแยกตัวโดดเดี่ยว

งานออกแบบเพื่อเสนอตัวช่วยเหลือเพื่อนบ้านที่ต้องแยกตัวโดดเดี่ยวโดย เบคกี แวส
 

นอกจากนี้เรายังได้เห็นการออกแบบหน้ากากที่โปร่งใสบริเวณปากเพื่อช่วยในการสื่อสารกับผู้พิการทางการได้ยิน ไปจนถึงการติดรูปถ่ายของบุคลากรทางการแพทย์ที่สวมชุด PPE ที่ช่วยบรรเทาความแปลกแยกระหว่างผู้ป่วยและหมอ การออกแบบเหล่านี้อาจไม่ได้สะกิดให้เกิดพฤติกรรมที่พึงประสงค์ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าความเอื้ออาทรและการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันเป็นสิ่งที่ทรงคุณค่าในห้วงยามวิกฤติ

ออกแบบเมืองใหม่ให้พร้อมรับมือโรคระบาด

สัญญาณชีพของเมืองคือการเดินทางและการปะทะสังสรรค์ของกลุ่มคนหลากหลายอาชีพและเชื้อชาติในพื้นที่ขนาดกะทัดรัดเพื่อสร้างประสิทธิภาพ แต่จุดเด่นของเมืองนี้เองที่กลายเป็นจุดอ่อนเมื่อเกิดโรคระบาดที่ความใกล้ชิดซึ่งครั้งหนึ่งหมายถึงความประหยัดต่อขนาดกลับกลายเป็นความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ

ชีวิตคนเมืองหลังโรคระบาดจึงเป็นโจทย์สำคัญในแวดวงสถาปนิกและนักออกแบบว่าจะทำอย่างไรให้เมืองพร้อมรับมือกับโรคระบาดที่อาจกลับมาในอนาคต

ประเด็นที่หลายคนเห็นพ้องต้องกันคือ เมืองที่พัฒนาโดยพยายามอัดผู้อาศัยไม่ต่างจากปลากระป๋องต้องเปลี่ยนวิธีคิด เพราะความหนาแน่นของประชากรจะสอดคล้องกับความเสี่ยงของโรคระบาด เมืองในอนาคตจึงต้องกระจายเป็นแนวราบมากขึ้น รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการเว้นระยะห่าง ไม่ว่าจะเป็นทางเท้า สะพานลอย รวมถึงการคมนาคม

อีกหนึ่งโอกาสในการพัฒนาเมืองคือการผนวกเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยประเมินความเสี่ยงระดับประชากร สร้างความตระหนักกับประชาชน ติดตามตัวบุคคลที่อาจติดต่อกับผู้ติดเชื้อ รวมถึงการใช้นวัตกรรมไร้สัมผัสต่างๆ ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับคนทุกเพศทุกวัยรวมถึงผู้พิการ ยังช่วยลดความเสี่ยงของการระบาดอีกด้วย

ข้อเสนอหนึ่งที่น่าสนใจคือการออกแบบ ‘เมืองยี่สิบนาที (20-minute cities)’ คือเมืองที่ผู้อาศัยสามารถพบปะสังสรรค์กับเพื่อนบ้าน ทำงาน ซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต และไปโรงพยาบาลโดยการเดิน ปั่นจักรยาน หรือใช้ขนส่งสาธารณะภายในเวลา 20 นาที เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีรวมถึงการจำกัดการเคลื่อนที่ของผู้อยู่อาศัยอีกด้วย

คงไม่มีใครตอบได้ว่าเมืองจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรภายหลังการระบาดของโควิด-19 แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือสถาปนิกและนักออกแบบย่อมมีบทบาทสำคัญในการร่วมคิดและเปลี่ยนภาพร่างให้กลายเป็นความจริง

 

เรื่อง: รพีพัฒน์ อิงคสิทธิ์
ที่มา: บทความ “To stop the spread of diseases like the coronavirus, we need to reinvent our cities” จาก weforum.org
บทความ “Using behavioural insights to create a Covid-19 text service for the NHS” จาก bi.team
บทความ “ Graphic designers get creative to circulate helpful advice during coronavirus outbreak” จาก dezeen.com
บทความ “Covid-19: How Graphic Design Can Help Save Lives” จาก Art & Design UNSW
บทความ “Library of Behavioral Nudges Being Used to Combat Coronavirus” จาก medium.com
บทความ “Cities after coronavirus: how Covid-19 could radically alter urban life” จาก theguardian.com