Research & Report

ศึกหนักของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในวิกฤติโควิด-19

การแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วของไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างฉับพลันต่อผู้ประกอบการอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ทั่วโลก (Creative Industry) หลังจากทุกคนใช้ชีวิตแบบมีระยะห่างเพื่อเลี่ยงการติดเชื้อ และรัฐบาลใช้มาตรการหยุดยั้งการระบาด ด้วยการปิดประเทศปิดเมือง ชวนให้คนอยู่บ้าน ห้ามคนจำนวนมากรวมตัวกัน

ช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา หลายโครงการต้องถูกยกเลิกหรือเลื่อนแบบไม่ทันตั้งตัว ไม่ว่าจะเป็นงานใหญ่ประจำปี อย่างเทศกาลดนตรีแกลสตันบูรีของอังกฤษ (Glastonbury) คอนเสิร์ตเคป๊อบเกาหลีหลายรายการ แผนทัวร์คอนเสิร์ตของวงดนตรีร็อคกรีนเดย์ การแข่งขันฟุตบอลยูโร 2020 (Euro 2020) งานประกวดเพลง ยูโรวิชั่น 2020 (Eurovision 2020) วันฉายทั่วโลกของภาพยนตร์หลายเรื่อง เช่น เจมส์บอนด์ 007 ภาคสุดท้าย (James Bond 007: No Time to Die) ภาคต่อของ Fast and Furious  (F9:The Fast Saga) John Wick ภาคใหม่ (John Wick: Chapter 4)  ไปจนถึงการถ่ายทำภาพยนตร์ค่ายยักษ์อย่างดิสนีย์และมาร์เวล และการถ่ายทำซีรีย์โทรทัศน์ค่ายดังอย่างเน็ทฟลิกซ์ (Netflix) และ บีบีซี (BBC) วงการนักเขียนต้องเสียรายได้จากการยกเลิกงานวรรณกรรมและหนังสือ เช่น เทศกาลวรรณกรรมประจำปีเมืองอ็อกซฟอร์ด (Oxford Literary Festival) งานหนังสือลอนดอน (London Book Fair) รวมไปถึงการปิดตัวของร้านหนังสือใหญ่ เช่น ร้านหนังสือ สแตรนด์ในกรุงนิวยอร์ค (Strand Bookstore) แกลเลอรีและพิพิธภัณฑ์ ศิลปะหลายแห่ง แม้แต่พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ (MOMA) ก็ต้องปิดทำการเพราะขายบัตรเข้าชมและผลงานศิลปะได้น้อยลง อีกทั้งขาดรายได้จากงานที่กำลังจะตามมา

ท่ามกลางมรสุมนี้ ผู้ที่เผชิญทุกข์หนัก คือ ผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็กและผู้ประกอบอาชีพอิสระ ซึ่งมีสัดส่วนมากที่สุดในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เพราะมีข้อจำกัดทั้งเงินทุนสำรองและการเข้าถึงสินเชื่อ ผู้ประกอบการสร้างสรรค์ในกรุงลอนดอนร้อยละ 60 คาดว่าจะอยู่รอดต่อไปได้อีกเพียง 10 สัปดาห์เท่านั้น โดยผู้ประกอบอาชีพอิสระซึ่งมีสัดส่วนถึงครึ่งหนึ่งประสบปัญหาหนักที่สุด เพราะความไม่ยึดโยงกับองค์กรใด ทำให้ขาดช่องทางสื่อสารและการสนับสนุนจากรัฐบาล กลุ่มที่กระทบหนักรองลงมาคือ นักสร้างสรรค์ ระดับฐานราก ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญของระบบนิเวศอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในกรุงลอนดอน โดยคาดว่าจะมีสถานที่แสดงดนตรีในชุมชนกว่าร้อยละ 90 ต้องปิดทำการอย่างถาวร ในประเทศเยอรมนี ผลการสำรวจความคิดเห็นเมื่อเดือนมีนาคม กับธุรกิจสร้างสรรค์ขนาดกลางและขนาดย่อมและผู้ประกอบอาชีพอิสระ จำนวน 7,000 ราย พบว่าหากผู้ประกอบการยังขายงานผ่านช่องทางออนไลน์ได้ และเมืองเริ่มเปิดในไม่ช้า การสูญเสียรายได้จะหยุดอยู่ที่ร้อยละ 20 แต่หากไม่สามารถขายสินค้าได้เลย และการปิดเมืองลากยาวถึงสิ้นปี ผู้ประกอบการร้อยละ 40 จะเสียรายได้กว่าครึ่งหนึ่ง และอาจจะต้องปิดกิจการลงอย่างถาวรทั้งหมด

ภายใต้สถานการณ์วิกฤตินี้ ศิลปินและองค์กรด้านวัฒนธรรมในยุโรป ทั้งนักดนตรีอิสระ สถานที่จัดคอนเสิร์ต โรงละคร ต่างออกมาเรียกร้องให้ผู้ชมไม่ขอค่าบัตรคืน เพื่อช่วยลดภาระทางการเงิน ในขณะเดียวกัน ก็เริ่มหันมาใช้ช่องทางออนไลน์ในการเข้าถึงผู้ชม เช่น การจัดแสดงสดผ่านอินเตอร์เน็ตของวงดนตรี ออเคสตร้า นักแสดง ละครโอเปร่า สถานที่แสดงดนตรี การจัดทัวร์เสมือนจริงของพิพิธภัณฑ์ชื่อดังอย่างพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ในฝรั่งเศส (Le Louvre) พิพิธภัณฑ์แห่งชาติอัมสเตอร์ดัมในเนเธอร์แลนด์ (Rijksmuseum) พิพิธภัณฑ์ปราโด ในสเปน (Prado) พิพิธภัณฑ์อังกฤษ (British Museum) ห้องสมุดภาพยนตร์มิลานในอิตาลี ก็นำภาพยนตร์ทั้งหมดในแคตตาล็อกกว่า 500 เรื่อง มาให้ชมฟรีผ่านช่องทางออนไลน์ 

อย่างไรก็ตาม สำหรับบางภาคส่วนของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์  การนำเสนอผลงานผ่านช่องทางออนไลน์ยังทำได้ลำบาก ในสภาวะที่ยังชักหน้าไม่ถึงหลังเช่นนี้ เพราะต้องอาศัยเงินลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีและทักษะที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งผู้ชมบางส่วนก็ยังไม่คุ้นเคยกับการซื้องานสร้างสรรค์ออนไลน์ นอกจากนี้ ผู้ประกอบการบางรายยังไม่อยากเปิดตัวสู่โลกออนไลน์อย่างเต็มที่ เพราะเกรงว่า เมื่อวิกฤติผ่านพ้นไปแล้ว แพลตฟอร์มดิจิตอลจะเข้ามาแทนที่การรับประสบการณ์สร้างสรรค์ในโลกจริง

นอกจากกลยุทธ์ที่องค์กรด้านวัฒนธรรมและศิลปินคิดค้นนำมาใช้เพื่อความอยู่รอดแล้ว รัฐบาลต่าง ๆ ก็มีมาตรการลดผลกระทบในระยะสั้นให้แก่ธุรกิจขนาดย่อมและผู้ประกอบอาชีพอิสระ บางรัฐบาลมีมาตรการเจาะจงไปที่ภาคอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เช่น รัฐบาลเบลเยี่ยมตั้งทีมเฉพาะกิจเพื่อสนับสนุนการแสดงสด ด้านวัฒนธรรมบนอินเตอร์เน็ท รัฐบาลฝรั่งเศสให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการด้านดนตรี ศิลปะการแสดง วรรณกรรม ทัศนศิลป์ ผ่านหน่วยงานส่งเสริมวัฒนธรรม รัฐบาลสวีเดนให้เงินฉุกเฉิน 90 ล้านยูโร แก่ผู้ประกอบการด้านวัฒนธรรมและกีฬา รัฐบาลเนเธอร์แลนด์ผ่อนผันให้องค์กรด้านสร้างสรรค์ที่ใช้เงินจาก กองทุนวัฒนธรรมแห่งชาติ ไม่ต้องชำระเงินชดเชยโครงการที่ต้องหยุดชะงัก  รัฐบาลเบลเยี่ยมผ่อนผันให้งานที่ถูกเลื่อนปีนี้ยังได้รับเงินสนับสนุนต่อไป อีกทั้งชดเชยค่าใช้จ่ายให้งานที่ถูกยกเลิก และให้ตั้งงบช่วยเหลือ 4,000 ยูโร พร้อมพักชำระหนี้แก่ธุรกิจด้านบันเทิงและกีฬาที่ต้องปิดกิจการ ส่วนศูนย์กลางโรคระบาดอย่างประเทศอิตาลี ที่ภาควัฒนธรรมและท่องเที่ยว มีมูลค่าถึงร้อยละ 14-18 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศนั้น รัฐบาลมีมาตรการให้เงินช่วยเหลือ 600 ยูโรต่อเดือน แก่ผู้ประกอบอาชีพอิสระสาขาศิลปะการแสดง ยืดกำหนดเวลาชำระเงินประกันสังคมและภาษีให้พิพิธภัณฑ์ โรงละคร สถานที่จัดคอนเสิร์ต ตั้งงบฉุกเฉิน 130 ล้านยูโร ช่วยเหลือผู้ประกอบการด้านศิลปะการแสดง โรงภาพยนตร์ และสื่อโสตทัศน์ ให้เงินค่าลิขสิทธิ์แก่นักเขียนและนักแสดง คืนเงินค่าบัตรเข้าชม อนุญาตให้ร้านหนังสือเปิดทำการได้ เป็นต้น  

นอกจากนี้ก็มีความช่วยเหลือบางส่วนจากภาคเอกชน เช่น เน็ตฟลิกซ์ ตั้งกองทุน 100 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ ช่วยเหลือพนักงานในกองถ่าย และสนับสนุนเงินทุนให้องค์กรที่ช่วยเหลือพนักงานในกองถ่าย สปอตติฟาย (Spotify) ตั้งกองทุนช่วยเหลือศิลปินจำนวน 10 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ ซาวด์คลาวด์ (Sound Cloud) ลดค่าสมาชิกแบบพรีเมี่ยมครึ่งหนึ่งให้นักดนตรีอิสระทั่วโลก แบนด์แคมป์ (Bandcamp) แพลทฟอร์มดนตรี ของสหรัฐอเมริกา ยกเว้นการเก็บส่วนแบ่งกำไรจากศิลปินที่ขายงานดนตรีและสินค้าบนแพลทฟอร์ม ส่งผลให้มีผู้ซื้อสินค้าช่วยเหลือศิลปินกว่า 800,000 ชิ้น รวมมูลค่ากว่า 4.3 ล้าน ดอลล่าร์สหรัฐ 

ประเด็นที่นักสร้างสรรค์หยิบยกขึ้นมาในวงสนทนาเวลานี้ คือ วิกฤติโควิด-19 ช่วยให้เราเห็นปัญหาที่ให้ต้องขบคิดกันอีกในระยะยาว คือ การที่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์มีความอ่อนแอ ทั้งในด้านผู้ประกอบการที่ส่วนใหญ่ขาดความมั่นคงทางการเงิน และด้านโครงสร้างที่ยังขาดกลยุทธ์เชิงนโยบายในระยะยาว วิกฤติครั้งนี้จึงนับเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ ที่ทำให้ทั้งภาคอุตสาหกรรมต้องหันหน้าเข้าหากันเป็นครั้งแรก ไม่เพียงเพื่อหาทางรับมือเฉพาะหน้าและมองหาโอกาสใหม่หลังวิกฤติ แต่ยังต้องระดมสมองหากลยุทธ์ทางการเมือง เพื่อผลักดันให้ประเด็นเร่งด่วนของภาคสร้างสรรค์มีที่ยืนในระดับนโยบายเหมือนภาคอุตสาหกรรมอื่นด้วย

  
เรื่อง: ชนิดา  เสงี่ยมไพศาลสุข
ที่มา: บทความ COVID-19: The cultural impact of coronavirus จาก FutureLearn
เสวนา COVID-19 and cultural and creative sectors. Impact, policy responses and opportunitiesโดย OECD SMEs, Regions and Cities 
บทความ Worldwide policy response to COVID-19 in support of the CCS จาก keanet.eu 
Coronavirus Movie Delays: Every Film and Show Affected by COVID-19, IGN, 2 May 2020.

 

รวมบทความอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในวิกฤต COVID-19