Research & Report

อุตสาหกรรมงานฝีมือและหัตถกรรมกับการกลับสู่ท้องถิ่น

งานคราฟต์และ Slow Fashion จะช่วยเศรษฐกิจชุมชนหลังสถานการณ์โควิด-19 อย่างไร

เราได้เห็นการกระจายจากศูนย์กลาง (Decentralization) อย่างชัดเจนขึ้น ทำงานที่ไหนก็ได้  มีทางเลือกมากขึ้น นี่อาจจะกลายเป็นความปกติใหม่ (New Normal) หลังโควิด เป็นการพัฒนาที่กระจายออกไปและเติบโตเป็นจุดย่อยหลายๆ จุดแทน เริ่มมีการพูดถึง Slow Fashion มากขึ้นในเชิงที่เป็นการสื่อสารตัวตน เป็นการบอกว่าเราให้คุณค่าอะไรในชีวิต เชื่อในอะไร เส้นแบ่งระหว่างกลุ่มอายุมันเลยเลือนลางไปด้วยเหตุผลนี้นั่นแปลว่าฐานลูกค้าของงานคราฟต์อาจจะมีตั้งแต่เด็กรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมไปจนถึงผุ้สูงอายุที่คำนึงถึงคุณภาพ ซึ่งทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นได้ถ้าผู้บริโภคเข้าใจคอนเซ็ปต์นี้ 

“การเล่าถึงคุณค่าของขั้นตอนการผลิตและที่มาของวัตถุดิบจึงสำคัญมากๆ เราต้องเข้าใจในตัวเอง เข้าใจในคุณค่าของชิ้นงานและเสนอคุณค่าออกมาได้อย่างครบถ้วน” Mann Craft Studio เจ้าของผลงานเฉดสีครามกว่า 52 เฉด ผู้เชื่อมันในแนวคิด ‘Available Art’ หรือศิลปะที่นุ่งห่มได้ ได้แบ่งปันมุมมองให้คิดตามว่า คนที่กลับมาอยู่บ้านจะมีโอกาสได้เรียนรู้ภูมิปัญญาของชุมชน ไม่ได้จำกัดแค่เรื่องของงานคราฟต์แต่ยังหมายถึงด้านการเกษตรและวิถีชีวิตในรูปแบบอื่นๆ ได้มีโอกาสทำความรู้จักวัตถุดิบ หรือของดีในท้องถิ่นตัวเองมากขึ้น เทคโนโลยีได้ช่วยให้เงื่อนไขต่างๆ ถูกลดทอนลงไป เช่น ไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านก็ขายของได้ นอกจากนี้การทำวัตถุดิบเพื่อป้อนการทำงาน คราฟต์ อีกทีก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เช่น ปลูกฝ้ายป้อนตลาดผ้าทอ เป็นต้น

ความท้าทายของการทำงานร่วมกับชุมชน

Project Crafting Future ของ British Council ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสองดินแดนที่ใส่ใจในงาน คราฟต์ อย่างประเทศไทยและสก็อตแลนด์ เป็นหนึ่งตัวอย่างของการทำงานร่วมกับชุมชนและสถานศึกษาในภูมิภาคอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นผ่านงานพัฒนาอัตลักษณ์ในผลิตภัณฑ์ของเมืองปัว จังหวัดน่าน ผ่านลายผ้าทอร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และลายเครื่องจักรสานของปัตตานีร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยใช้แรงบันดาลใจจากสภาพแวดล้อมและวัฒนธรรมที่มีอยู่เดิมมาต่อยอดเพื่อลดต้นทุนเวลา ทรัพยากร และเพิ่มความหลากหลายให้กับชิ้นงานมากขึ้น 
ด้วยความละเอียดอ่อนของวัฒนธรรมและความเข้าใจในคุณค่าที่แตกต่างกัน การสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด โดยที่จะต้องคำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อชุมชน และขีดความสามารถในการผลิตของชุมชนด้วย แน่นอนว่าเมื่อเราเอาธุรกิจเข้าไปในชุมชน มันย่อมเกิดการเปลี่ยนแปลง จึงต้องระมัดระวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทิศทางลบน้อยที่สุด เช่นสุขภาพของผู้ผลิต วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปของคนในพื้นที่
 
การนำสินค้าออกสู่ตลาดสากล    

Doister ผู้นำในธุรกิจการท่องเที่ยวในชุมชนแบบ Craft Stay เผยให้เห็นเสน่ห์ของความเนิบช้าของเวลาภายใต้สโลแกนที่ว่า “รู้จักกันไว้ แล้วไปด้วยกัน” นอกจากนำท้องถิ่นบนดอยสูงของแม่ฮ่องสอนมาให้คนไทยได้รู้จักแล้ว ยังพาแม่ฮ่องสอนไปให้ชาวต่างชาติชื่นชมเสน่ห์ไกลถึงกรุงเบอร์ลินอีกด้วย 

การหาตลาดนอกประเทศนั้นจุดสำคัญคือความชัดเจนในการมองสินค้าของเราว่ากลุ่มลูกค้าของเราคือใคร เทียบเคียงงานว่ามีส่วนไหนที่ตอบโจทย์ เช่น  ทัศนคติที่อยากดูแลสิ่งแวดล้อมเหมือนกัน มองหาตลาดที่มีความคล้ายคลึงกับตลาดเดิมก่อน เช่น ตลาด SEA ในแถบมาเลเซีย หรือลาวใต้ จะมีรสนิยม และจริตความชื่นชอบลวดลายรวมถึงลักษณะการใช้งานสินค้าท้องถิ่นที่คล้ายคลึงกับของไทย ส่วนในเรื่องทิศทางของตลาดหลังโควิดนั้น ทุกคนจะมีความเป็น ‘Local’ มากขึ้น นั่นแปลว่านี่คือโอกาสของตลาดใกล้ตัว ใกล้ชุมชนด้วยเช่นกัน
 

แนวโน้มของการออกแบบในอนาคตจะเป็นอย่างไร

•    เน้นที่ Function (การใช้งาน) มากขึ้น การออกแบบจะต้องแก้ปัญหาไม่ใช่เพียงแค่ผู้ใช้ แต่ต้องคำนึงถึงตัวชุมชนด้วย
•    ผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์ต้องตอบคำถามสำคัญของตัวเองให้ได้ว่าชิ้นงานของเรามีเป้าหมายเพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนาในเรื่องของอะไร เช่น เพื่อส่งต่อภูมิปัญญาของชุมชน ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม หรือเพื่อสุขภาพ
•    มุมมองของการทำงานคราฟต์ หลังจากนี้จะเพื่อการฟื้นฟูเยียวยาทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจมากขึ้น ตลาดตรงนี้ยังมีที่ว่างให้สร้างสรรค์ผลงานได้หลากหลายรูปแบบ
•    การสื่อสารจึงไม่ใช่แค่พยายาม Hard Sale (เน้นการขายสินค้า) อย่างเดียว แต่คือการใส่เรื่องราว (Storytelling) ลงไปในสินค้าของเราเพื่อสร้างคุณค่าและสร้างความเข้าใจว่าทำไมต้องเป็นราคานี้ ว่าผู้บริโภคกำลังซื้ออะไรไป ไม่ใชเพียงแค่ชิ้นงานตรงหน้า แต่คือความมั่นคงของชุมชน ความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
•     สิ่งหนึ่งที่กำลังเกิดปัญหาในวงการแฟชั่นตอนนี้คือสินค้าค้างสต็อก เพราะ Fast Fashion มันขึ้นกับฤดูกาล แต่งาน คราฟต์ มันไม่มีเก่า ไม่มีตกรุ่น จึงเป็นช่วงเวลาที่ดีมากๆที่จะนำเสนอคุณค่าเหล่านั้นของงานคราฟต์ ออกมา ในช่วงเวลาที่ทุกคนกำลังมองหาความคุ้มค่าในรูปแบบตัวตนเฉพาะของตัวเอง 


เรื่อง: พริม มณีโชติ
ที่มา: เสวนา “Crafting Local Futures” โดย Fashion Revolution Thailand