Research & Report

ปรับตัว เปลี่ยนแปลง คือ แนวทางรอดของผู้ประกอบการกิจการแพร่ภาพและกระจายเสียง

ภาพพิธีกรข่าวใส่เฟซชีลด์สวมหน้ากากอนามัย สัมภาษณ์เหล่าผู้เชี่ยวชาญในประเด็นต่างๆ เกี่ยวกับ COVID-19 ผ่านโทรศัพท์หรือประชุมภาพและเสียงผ่านอินเทอร์เน็ตอันเนื่องมาจากนโยบายเว้นระยะห่างและยังต้องทำงานจากที่บ้านทำให้ผู้เชี่ยวชาญไม่สามารถเดินทางมาที่ห้องส่งของสถานี หรือภาพผู้ประกาศข่าวอ่านข่าวโดยมีฉากพลาสติกใสกั้นเพื่อป้องกันละอองกระจายใส่กันและกัน กลายเป็นภาพปกติที่คนทั้งโลกเริ่มชินตา 
หลังเชื้อ “โคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019” หรืออีกชื่อ “โควิด-19” ระบาดหนักจนมีผู้ติดเชื้อมากกว่า 23 ล้านคน เสียชีวิตกว่า 8 แสนคนทั่วโลก และเหล่านักระบาดวิทยา แพทย์ สาธารณสุขทั้งหลายวิตกต่อว่าอาจมีการระบาดหนักได้อีกหลายระลอก ในขณะที่โลกยังต้องเฝ้ารออย่างน้อย 6-12 เดือนเพื่อให้แน่ใจว่านักวิจัยจะค้นพบวัคซีนหรือยารักษาโควิด-19 ใช้รักษาให้หายจากโรคได้จริงๆ ดังนั้น ทุกประเทศจึงต้องอยู่ในโหมดเฝ้าระวัง ตรวจสอบการระบาดสม่ำเสมอ  

ยากที่จะประเมินว่าอนาคตของผู้ประกอบการกิจการแพร่ภาพและกระจายเสียงหลังโควิด-19 สงบลงว่าจะเป็นอย่างไร เพราะโลกไม่เคยพบกับโรคอุบัติใหม่ที่กินบริเวณกว้างขนาดนี้ แต่ที่มั่นใจได้คือ โลกกำลังเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจหดตัวถดถอยอย่างรุนแรง จึงต้องเตรียมความพร้อม ปรับเปลี่ยนตลอดเวลาตั้งแต่วิธีการทำงานของฝ่ายผลิต วิธีการนำเสนองาน รูปแบบการนำเสนอ เพราะผู้รับข่าวสารก็ถูกโควิด-19 กดดันให้ต้องปรับตัวเช่นกัน

เราสามารถประเมินสถานการณ์หลังการระบาดของโรคโควิด-19 รอบแรกได้หลายด้านโดยพิจารณาจากหลักเกณฑ์มาตรการรักษาระยะห่าง-การต้องทำงานหรือเรียนจากที่บ้าน สำหรับอุตสาหกรรมการแพร่ภาพและกระจายเสียงเกิดความเปลี่ยนแปลงและคาดหวัง 

รายได้จากการถ่ายทอดสดต่าง ๆ ลดลง 

เมื่อการจัดงานแสดงสินค้า มหกรรมการแข่งขันกีฬาแมทช์ใหญ่ๆ เช่น ลีกฟุตบอลในทุกทวีป หรือโอลิมปิคฤดูร้อน 2020 ที่จะจัดขึ้น ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น งานอีเว้นท์ขนาดใหญ่ อย่างเทศกาลตรุษจีนในประเทศจีน เทศกาลวันสงกรานต์ในประเทศไทยล้วนถูกสั่งยกเลิกหรือเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด สิ่งเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการรับจ้างจัดถ่ายทอดสด รายได้ค่าลิขสิทธิ์ในการถ่ายทอดของสื่อกระแสหลักและสื่อออนไลน์ ทีมตัดต่อ กองถ่าย ช่างกล้อง ฯลฯ เริ่มเป็นภาระสำหรับธุรกิจ ไม่แปลกที่พนักงานจำนวนมากถูกลดชั่วโมงทำงานเพราะธุรกิจจำเป็นต้องลดภาระค่าจ้างแรงงาน แม้แต่พิธีกรกีฬาฟุตบอลและกอล์ฟ ของบางช่องพบว่าไม่มีงานทำนับตั้งแต่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรเพื่อควบคุมสถานการณ์การระบาดของโรคติดต่ออันตรายร้ายแรง ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมาเป็นต้นมา

โฆษณาหดตัว

สมาคมโฆษณาออนไลน์ของสหรัฐอเมริกา หรือ Interactive Advertising Bureau (IAB) เผยผลสำรวจประจำเดือนมีนาคม 2020 ว่า 24% ของผู้ตอบแบบสอบถามหยุดลงโฆษณาในครึ่งปีแรกของปีนี้ และ 73% ของผู้ลงโฆษณาในอเมริกายอมรับว่า โควิด-19 มีผลอย่างมากต่อการตัดสินใจลดงบโฆษณาทางสื่อทีวีทั้งแบบการแพร่ภาพผ่านคลื่นและอินเทอร์เน็ตในปี 2020-2021 อันเป็นผลสืบเนื่องจากการที่รัฐบาลสั่งงดกิจกรรมกลางแจ้ง การแข่งขันกีฬา คอนเสิร์ตและการแสดง การจัดแสดงสินค้า เปิดตัวสินค้าต่าง ๆ 

นอกจากนี้การจำกัดระยะห่างทำให้ผู้คนไม่สามารถใช้ชีวิตอย่างปกติได้แบบก่อนเกิดการระบาดของโควิด-19 ทำให้ธุรกิจท่องเที่ยว สายการบิน ร้านอาหาร โรงภาพยนตร์ สถานบันเทิง ผับบาร์ ต้องปรับปรุงพื้นที่การให้บริการเพื่อให้ผู้เข้ามาใช้บริการมีระยะห่างตามข้อกำหนดของรัฐ ธุรกิจย่อมจะให้บริการลูกค้าในปริมาณเท่าเดิมไม่ได้ ธุรกิจเหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวที่มักเป็นธุรกิจที่ลงทุนไปกับการโฆษณาสูงมาก จะไม่สามารถใช้จ่ายกับการโหมโฆษณาได้มากเท่าก่อนหน้านี้ 

เนื้อหาถูกปรับเปลี่ยนตามความต้องการของผู้รับชม

ความวิตกต่อโควิด-19 ทำให้ประชาชนกระหายเสพข่าวและติดตามประกาศจากรัฐบาลผ่านสื่อเพิ่มขึ้นมาก นอกจากนี้เนื้อหาด้านข่าวสารที่เกี่ยวกับโรคระบาด สื่อต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบช่องทางการออกอากาศให้สามารถดูได้ในหลายแพลตฟอร์ม ตั้งแต่โทรทัศน์ วิทยุ จอคอมพิวเตอร์พกพา แท็บเล็ต โทรศัพท์เคลื่อนที่หน้าจอหลายขนาด และยังต้องพร้อมปรับรายการเพื่อตัดเข้าสู่ช่วงเวลาถ่ายทอดสดเมื่อรัฐบาลต้องการประกาศข่าวสำคัญเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศ 

คำสั่งปิดสถานศึกษาของรัฐบาลทำให้นักเรียนนักศึกษาต้องเรียนหนังสือจากบ้าน แม้อินเทอร์เน็ตถูกสถานศึกษานำมาเป็นตัวเลือกแรกที่ใช้ทำห้องเรียนเสมือนจริง การต้องอยู่ติดบ้าน ทำให้ประชาชนต้องการผ่อนคลายความเครียดผ่านการบริโภคสื่อบันเทิงออนไลน์เพิ่มขึ้นจากมาตรการทำงานที่บ้าน ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมออนไลน์ ไปถึงการออกกำลังกายตามที่ฟิตเนตค่ายต่างๆ ชวนสมาชิกให้ขยับแข้งขยับขาแก้เบื่อผ่านการถ่ายทอดผ่านสื่ออย่าง ซูม ยูทูป เฟสบุ๊กไลฟ์ หรือ เน็ตฟลิกซ์ 

ผู้แพร่ภาพและกระจายเสียงของอังกฤษลดงบในการทำรายการ มีการนำรายการเก่ามาฉายซ้ำ ช่อง BBC เน้นเนื้อหาเป็นรายการเหมาะสำหรับครอบครัวและเด็ก ส่วนช่อง ITV ใช้โซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือสื่อสารสองทางกับผู้ชมเพื่อดึงความสนใจมาชมรายการในสถานีของตน หรืออย่างช่อง Hrvatska Radioteleviziji (HRT) ประเทศโครเอเชีย ปรับรายการให้เป็นรายการเพื่อการศึกษาแทน เป็นต้น

ข่าวและความรู้เกี่ยวกับการป้องกันตัวให้ปลอดโรค การรักษา การตรวจอาการเบื้องต้น ฯลฯ กลายเป็นเนื้อหายอดนิยม ข่าวลือ ข่าวปลอม เกิดการแต่งเรื่องเพื่อปั่นกระแสเรียกยอดไลค์บนโซเชียลมีเดียเพิ่มมาจนสังคมเข้าใจผิด รัฐบาลต้องเข้ามาขอความร่วมมือกับภาคเอกชนผู้ให้บริการแพร่ภาพและเสียงทั้งผ่านสื่อหลักหรือสื่อออนไลน์ให้ร่วมกันกลั่นกรองเพื่อลดการเผยแพร่ข้อมูลที่ผิดพลาด ล้าสมัยหรือถูกบิดเบือนดังกล่าว ในขณะเดียวกันก็ต้องคอยเผยแพร่ข้อมูลที่ทันต่อเหตุการณ์และถูกต้องแทน แต่นั่นก็เปิดโอกาสให้รัฐบาลเข้ามาตรวจสอบเซ็นเซอร์เนื้อหา จับกุมประชาชนผู้แสดงความเห็นต่างจากรัฐโดยอ้างเพื่อประโยชน์สาธารณะได้ด้วย

คนตกงาน เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั้งโลก

การเลิกจ้างงานหรือต้องลดชั่วโมงการทำงานลงเนื่องจากธุรกิจไม่สามารถให้พนักงานกลับเข้ามาทำงานโดยปรกติได้ ในอุตสาหกรรมแพร่ภาพและกระจายเสียง ผู้ประกาศข่าวต้องอ่านข่าวจากบ้าน แขกรับเชิญมาร่วมรายการไม่ได้ การจ้างช่างแต่งหน้าทำผมเริ่มจะกลายเป็นพนักงานที่ไม่มีความจำเป็นในช่วงที่ใครๆ ก็ต้องทำงานจากบ้าน การปรับผังรายการบางรายการเพื่อให้สถานีมีการรายงานความคืบหน้าของสถานการณ์โควิด-19 รายวันเนื่องจากเป็นสิ่งที่ประชาชนให้ความสนใจ ทำให้หลายผังรายการต้องหยุดฉาย ผู้ผลิตรายการและทีมงานในรายการที่ถูกระงับกลายเป็นผู้ว่างงานกะทันหันจากวิกฤตโควิด-19 

แบนด์วิชท์และเครือข่ายสื่อสาร

แบนด์วิชท์ (หรือ ความเร็วในการส่งผ่านข้อมูล) และเครือข่ายสื่อสารแบบต่างๆ เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญมากในการแพร่ภาพและกระจายเสียงจากสื่อไปยังผู้คนที่ต้องอยู่กับบ้าน ในยุค 4G ที่กำลังจะเข้าสู่ 5G นั้น ประชาชนจำเป็นต้องพึ่งพาอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในการทำงาน ประชุมออนไลน์ เรียนหนังสือ เล่นเกม ดูหนังฟังเพลง วิดีโอคอลล์ไปติดต่อญาติพี่น้องด้วยเช่นกัน รัฐและเอกชนต่างก็พัฒนาแอปพลิเคชั่นด้านสาธารณสุขอำนวยความสะดวกแก่หมอและประชาชน เหล่านี้ทำให้เกิดการใช้แบนด์วิชท์เพิ่มสูงขึ้นมากจนกลายเป็นคอขวด ผู้ให้บริการด้านวิดีโอหลายแพลตฟอร์มจำเป็นต้องปรับลดค่าเริ่มต้นความละเอียดของคลิปเพื่อลดความแออัดของการส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ขณะที่การติดตั้ง 5G ยังก้าวไปไม่ถึงไหน (เพราะโควิด-19 ทำให้ทุกอย่างต้องเลื่อนออกไปก่อน) ทุกคนจึงต้องพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานเท่าที่เรามีกันไปก่อน 

ทางออกในเรื่องนี้ก็คือ ผู้แพร่ภาพและกระจายเสียงควรบริการช่องทางให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่ต้องแบ่งปันการใช้อินเทอร์เน็ตกับกิจกรรมอื่นๆ ด้วยการใช้คลื่นวิทยุโทรทัศน์สำหรับการฉายหนังฟังเพลง 

นอกจากนี้ ผู้ให้บริการจะต้องคิดถึงพื้นที่ในการเก็บคลิปภาพคลิปเสียงสำหรับเปิดดูย้อนหลัง (ที่มักมีขนาดใหญ่) ด้วยการฝากไฟล์ดังกล่าวไว้กับผู้ให้บริการรับฝากไฟล์ในประเทศเพื่อลดปริมาณการรับส่งข้อมูลข้ามประเทศที่ทำให้ค่าใช้จ่ายแบนด์วิชท์สูงขึ้น และในทางกลับไฟล์ที่อยู่ในประเทศเดียวกันจะช่วยเพิ่มความเร็วของการรับส่งข้อมูลได้

วิกฤตโควิด-19 เป็นวิกฤตที่สุดวิสัยหนักเกินคาดการณ์ แต่เราเคยผ่านภาวะเศรษฐกิจตกต่ำมาแล้วหลายรอบ แท้ที่จะคิดกลัดกลุ้มหาทางออกไม่ได้ เรากลับต้องคิดว่านี่จะเป็นโอกาสที่ดีในการผลัดใบเพื่อรอจะผลิดอกผลใหม่ในเวลาถัดไป ทุกวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอ

 

เรื่อง: ภูมิจิต ศิระวงศ์ประเสริฐ
ที่มา: รายงาน “Google News, Coronavirus (COVID-19)” จาก news.google.com
บทความ “Coronavirus: When will Bundesliga, Premier League, La Liga, Serie A and other soccer competitions return?” จาก cbssports.com
ALL INFORMATION ON THE OLYMPIC GAMES TOKYO 2020, TO BE HELD IN 2021 จาก olympic.org
บทความ “China cancels Lunar New Year events over deadly virus fears” 
บทความ “Coronavirus Ad Spend Impact: Buy-side” จาก iab.com