Research & Report

เหลียวกลับแล้วมองไปข้างหน้า: ภาพรวมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย

อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยผ่านช่วงเวลาล้มลุกคลุกคลาน เติบโต และถดถอยมาหลายครั้ง ตั้งแต่ทศวรรษที่ 1960-1980 ที่ก้าวหน้าต่อเนื่องเพราะการจำกัดโควตาภาพยนตร์ต่างประเทศ ก่อนจะพบกับความซบเซาในช่วงปี 1990 และฟื้นฟูอีกครั้งหลังภาพยนตร์ “นางนาก” ในปี 1999 ภาพยนตร์ไทยประสบความสำเร็จตามปัจจัยของแต่ละเรื่อง เช่น องค์บาก (ปี 2003) หรือชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ (ปี 2004) เป็นภาพยนตร์ที่นำไปขายในต่างประเทศได้ดี และล่าสุดภาพยนตร์อย่างเรื่อง ฉลาดเกมโกง (ปี 2017) ก็สร้างกระแสและเป็นที่นิยมทั้งในไทยและต่างประเทศสูง หากมองในแง่ประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทยแล้ว ภาพยนตร์หลายเรื่องมักประสบผลสำเร็จและโดดเด่นอยู่ในช่วงเวลาหนึ่ง จนส่งผลให้ผู้สร้างภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ดำเนินรอยตามจนกลายเป็น “สูตรสำเร็จ” แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งแล้วจะมี “ฮีโร่” เป็นผู้บุกเบิกยุคใหม่อย่าง


 นางนาก (ปี 1999)

ปัจจุบันจำนวนภาพยนตร์ไทยที่ผลิตและฉายออกสู่ตลาดในแต่ละปีอยู่ที่ 50-70 เรื่อง ซึ่งถือเป็นจำนวนน้อยหากเทียบกับญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ และเท่าๆ กับฮ่องกงที่มีจำนวนประชากรน้อยกว่า หนึ่งในปัญหาของภาพยนตร์ไทยยังอยู่ที่การผูกขาดของระบบโรงฉายที่มีตัวแทนไม่กี่บริษัท โรงภาพยนตร์ในต่างจังหวัดที่อยู่ในระบบสายหนังซึ่งยังไม่เปิดโอกาสให้ภาพยนตร์ใหม่ๆ ของผู้กำกับอิสระที่ไม่ขึ้นกับค่ายหนัง 

สภาพเศรษฐกิจยังเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคให้ต้องเลือกอย่างถ้วนถี่เมื่อจะชมภาพยนตร์สักเรื่อง ประเทศไทยติดอันดับตั๋วภาพยนตร์ราคาสูงเมื่อเทียบกับค่าครองชีพ นอกจากนี้ การเผชิญกับยุคดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของผู้คน เกิดความบันเทิงในรูปแบบของออนไลน์สตรีมิ่ง (online steaming) ที่สามารถตอบโจทย์ชีวิตในยุคสมัยที่เปลี่ยนไปได้ซึ่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมภาพยนตร์ทั่วโลก ไม่เฉพาะแค่ในประเทศไทย


 ไทบ้านเดอะซีรีส์ (ปี 2017)


อย่างไรก็ตาม แนวทางเติบโตของภาพยนตร์ไทยโดยเอกชนที่ไม่ใช่ค่ายหนังมีความหวังมากขึ้น อย่างภาพยนตร์ ไทบ้านเดอะซีรีส์ (ปี 2017) ที่ทำเงินได้กว่า 50 ล้านบาท จากการลงทุนเพียง 2 ล้านบาท ภาพยนตร์แนวเฉพาะทางได้รับการยอมรับมากขึ้น เช่น ผลงานของนวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ เรื่อง Mary is happy, Mary is happy (ปี 2013) รวมถึงพื้นที่ฉายภาพยนตร์แนวสารคดีของ Documentary Club ที่นำภาพยนตร์สารคดีมาฉายในโรงภาพยนตร์ขนาดเล็กและโรงภาพยนตร์เครือใหญ่ นอกจากนี้ยังมีการเกิดขึ้นของโรงภาพยนตร์อิสระ กลุ่มฉายภาพยนตร์อิสระ และเครือโรงภาพยนตร์ท้องถิ่นที่รองรับการฉายภาพยนตร์ในหลากหลายแนวทางมากขึ้น จึงอาจคาดได้ว่า ตลาดภาพยนตร์ของไทยมีแนวโน้มจะทวีมูลค่าและประสบความสำเร็จมากขึ้น โดยเฉพาะหากเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศสามารถฟื้นจากสภาวะถดถอยในเร็ววันนี้

 

ที่มาภาพ: khaosod.co.th
ที่มา:
รายงานผลการวิจัย ทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมภาพยนตร์ โดย รักศานต์ วิวัฒน์สินอุดม
บทความ “มาตรการส่งเสริมหนังไทยยังไงดี?” คนในวงการหนังสะท้อนปัญหารัฐหนุนไม่เพียงพอ? จาก silpa-mag.com 
บทความ กรอดูหนังชีวิตของ เต๋อ-นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ผู้กำกับและนักเขียนบทที่ตั้งเป้าว่าจะเดินตามฝันมาเกือบ 20 ปีแล้ว โดย ไอรดา รื่นภิรมย์ใจ จาก adaymagazine.com
บทความ Documentary Club แบรนด์เล็กที่บุกเบิกพื้นที่ใหญ่ให้หนังสารคดีในไทย ตลาด Niche ของภาพยนตร์ที่เรามองเห็นศักยภาพ จาก marketingoops.com