News Update

ข่าวประชาสัมพันธ์

CEA ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ เปิดโครงการกระจายโอกาสสร้างแหล่งเรียนรู้ด้านการออกแบบสู่ภูมิภาค (miniTCDC CENTER)

มูลค่าของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของประเทศไทย1 ในปี พ.ศ. 2557 มีมูลค่าสูง ถึง 1.61 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 13.18 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP)2 ซึ่งมีมูลค่ารวม 12.14 ล้านล้านบาท ทั้งนี้ อุตสาหกรรมสร้างสรรค์รายสาขาที่มีมูลค่าสูงเป็น 3 อันดับแรก คือ อุตสาหกรรมแฟชั่น คิดเป็นร้อยละ 4.15 ของ GDP อุตสาหกรรมการออกแบบ คิดเป็นร้อยละ 3.03 ของ GDP และ อุตสาหกรรมแพร่ภาพกระจายเสียง คิดเป็นร้อยละ 1.64 ของ GDP ตามลำดับ หากเปรียบเทียบมูลค่า และสัดส่วนของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์รายสาขาต่อ GDP ของประเทศในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา

ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในขั้นต้นเศรษฐกิจไทยควรคำนึงถึงการก้าวข้ามการสร้างมูลค่าจากการพึ่งพิงทรัพยากรธรรมชาติและการใช้แรงงานไปเป็นเศรษฐกิจที่อยู่บนพื้นฐานของการผลิตและบริการที่อิงกับการใช้ความรู้และความคิดสร้างสรรค์มากขึ้นเพื่อเป็นการสร้างความสามารถในการแข่งขันพร้อมไปกับวางรากฐานการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว

เศรษฐกิจสร้างสรรค์ไม่ได้เกี่ยวข้องกับภาคบริการหรือเศรษฐกิจแบบดิจิทัลเท่านั้แต่ยังช่วยเสริมการสร้างมูลค่าในภาคการผลิตจริง (อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม) และเศรษฐกิจในพื้นที่ชนบทด้วย และการคำนวณตัวคูณทางเศรษฐกิจ (Multiplier) แสดงให้เห็นว่า ในสังคมไทยเศรษฐกิจสร้างสรรค์มีความเชื่อมต่อทางการผลิตและการสร้างมูลค่าเพิ่มกับภาคเศรษฐกิจอื่น

นอกจากนี้หากกล่าวถึงความสำคัญของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในแง่การเปรียบเทียบกับภาคเศรษฐกิจอื่น สามารถนำกรอบความคิดด้านตัวคูณผลผลิต (Output Multiplier) มาใช้ในหาความเชื่อมโยงของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่ผลผลิต (Output Chain) ในภาคการผลิตและบริการอื่นๆ เปรียบเทียบกับภาคอุตสาหกรรมทั่วไป จะเห็นได้ว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมทั่วไปอยู่ที่ 2.584 ขณะที่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์อยู่ที่ 2.656 นั่นหมายถึงเงิน 1บาทที่ใช้ในอุตสาหกรรม สร้างสรรค์จะสร้างผลผลิตได้ 2.656 บาท สูงกว่าอุตสาหกรรมทั่วไปที่จะสร้างผลผลิตได้ 2.584 บาท